พระอาจารย์หัวหน้าศูนย์วัดทาผาตั้ง อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้ประชาสัมพันธ์ชวนบวชพระ 1 แสนรูป ในช่วงเข้าพรรษานี้ ผ่านรายการวิทยุ คลื่น 94.0 MHz
พอทราบข่าวการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ก็ขอสมัครเลย เรียกว่าเป็นสาวเกาหลีคนแรก จากแดนกิมจิ-แดจังกึม และกำลังเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะทำให้คนเกาหลีเข้าใจคำสอนดั้งเดิม
เพราะสถานการณ์ สร้างวีรบุรุษ ฉะนั้น การบวชพระครั้งประวัติศาสตร์นี้ จึงไม่เคยหยุดสร้างวีรบุรุษจนกว่าจะถึงแสน กับเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนปิดรับสมัคร ซึ่งวันนี้ ขอพาทุกท่านล่องทะเลใต้ ฝ่าคลื่นลมไปชมความคึกคักถึงจังหวัดสงขลาถิ่นสมิหลาเพลินใจแห่งนี้ ที่มีคุณศุภกิจ จตุรพิตร นายอำเภอนาทวี ให้การสนับสนุนเต็มที่ ลงพื้นที่คุยกับผู้ใหญ่บ้านด้วยตนเอง และชวนคนมาบวชได้ 25คนแล้ว
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมฟังรายการวิทยุอารีย์ “บ้านนี้มีธรรม” ทางคลื่น FM105 MHz และ AM 1251 ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 08.00-10.00น และทีวีออนไลน์ที www.baanaree.net
เธอป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด จนผมร่วงหมดศีรษะ อีกทั้งยังมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนต้องไปให้น้ำเกลือ...แต่เมื่อเธอระลึกนึกถึงบุญที่ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว เธอกลับมีอาการดีขึ้นจนเห็นได้ชัด
พี่เจ้าขา ธรรมดาใจของบุรุษเป็นดั่งกระแสน้ำลึกที่ไหลเชี่ยวกราก ยากแท้จะหยั่งถึง ใครก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะตื้นลึกสักเพียงใด และอารมณ์ของบุรุษก็เป็นดุจกระแสคลื่นในทะเล ขึ้นลงๆ อยู่ทุกวี่วัน ไม่มั่นคงเป็นหนึ่งเดียว ฉะนั้น จึงไม่อาจถือเอาเป็นประมาณได้ น้องกลัวเหลือเกิน กลัวว่าพี่น่ะ จะมาหว่านล้อมให้น้องตายใจ
เมื่อชาวปะนะเระทราบว่า คลื่นกำลังใจจากทั่วประเทศและขบวนอาหารตักบาตร จะเดินทางมาที่วัดดอนตะวันออก ชาวปะนาเระซึ่งปกติแล้วจะไม่ออกจากบ้านไปไหนมากนัก ก็จูงมือลูกหลาน พ่อแม่พี่น้อง เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการรักษาพระพุทธศาสนา เดินทางฝ่าอันตรายจากบ้าน มาช่วยกันลำเลียงอาหารให้พระภิกษุสงฆ์ อย่างอาจหาญ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ช่วยกันด้วยหัวใจที่ปีติและเบิกบาน
ส่วนพระมหาชนกนั้น เมื่อทรงพ้นจากรัศมีการดึงดูดของน้ำและสัตว์ร้ายได้แล้ว ก็ทรงแหวกว่ายลอยคอเหมือนกับท่อนกล้วย ที่ล่องลอยอยู่ในคลื่นมหาสมุทร ท่านได้เพียรว่ายเพื่อจะข้ามข้ามมหาสมุทรด้วยกำลังแขนอยู่ถึง ๗ วัน
ภรรยาของผมกลับไปเยี่ยมบ้านที่เวียดนาม ทิ้งให้ผมหงอยเหงา เฝ้าบ้านอยู่คนเดียว มี TV เป็นเพื่อน เพราะที่บ้านติดดาวเทียมซึ่งดูได้ถึง 800 ช่อง ผมก็กดจูนหาคลื่นแก้เหงาไปเรื่อยๆ คิดประชดตัวเองแบบขำๆว่า ตราบใดที่ยังไม่เจอกับความสุขที่แท้จริงของชีวิตก็ต้องจูนหากันต่อไป
นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงคิดว่า อีที น่าจะมีเทคโนโลยีที่สูงกว่าเรา และเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจสื่อสารกับเราโดยใช้สัญญาณแสง ไม่ใช่สัญญาณวิทยุ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่คิดเช่นนั้นคือ พอล ฮอโรวิตซ์ ศาสตราจารย์สาขาวิชาฟิสิกส์และสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกับการตรวจจับสัญญาณวิทยุจากอีที แต่เขาเชื่อว่าการตรวจจับสัญญาณวิทยุจากอีทียังคงมีความสำคัญอยู่ อีทีคงจะคิดว่าการสื่อสารโดยสัญญาณวิทยุในระยะยาวดีกว่าเพราะคลื่นวิทยุสามารถทะลุผ่านฝุ่นในกาแล็กซี่ได้ อย่างไรก็ตาม แสงก็สามารถทะลุผ่านในหลายๆ บริเวณของจักรวาลได้เหมือนกัน ที่สำคัญก็คือมันง่ายสำหรับการตรวจหาตำแหน่งหรือจุดกำเนิดของสัญญาณแสง