คนโบร่ำโบราณกล่าวไว้ว่า “สวดมนต์เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน” ซึ่งเป็นคำที่ถ่ายทอดมา จากประสบการณ์จริงในการประพฤติปฏิบัติของผู้คนในอดีต ซึ่งก็เป็นผลเช่นนั้นจริง ๆ แม้แต่ ในปัจจุบัน การภาวนาก็ยังมีผลอันมหัศจรรย์แก่ชีวิตมนุษย์ราวกับได้กินยาแสนวิเศษกันเลยทีเดียว ดังเรื่องราวตัวอย่างของนักภาวนาเหล่านี้...
คำถาม : ทำอย่างไรจึงจะวางใจให้นิ่งได้ในตอนนั่งสมาธิโดยที่ไม่ฟุ้งคะ?
การนั่งสมาธิ เป็นการปรับสภาพใจเข้าสู่ความปกติสมดุล เมื่อใจสมดุล เราจะสามารถมองอะไรเป็นไปตามความเป็นจริงได้มากขึ้น ครั้นเมื่อเจอเรื่องร้ายๆ เข้ามาในชีวิตเราก็จะไม่เสียใจจนเกินไป ใจเราจะถูกยกขึ้นเหนืออุปสรรค
โพชฌงค์ ๗ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติ ให้บริบูรณ์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธะ น้อมไปในจาคะคือการสละ เจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์..เจริญวิริยสัมโพชฌงค์...เจริญปีติสัมโพชฌงค์.เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์...เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์..เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธะน้อมไปในจาคะ โพชฌงค์ ๗ นี้อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้
บางคนนั่งสมาธิมานานก็ยังไม่เข้าถึงธรรมสักทีสาเหตุหนึ่งที่เป็นเช่นนี้ เพราะเรื่องราวหยาบ ๆ ในชีวิตเรายังไม่ลงตัว
ควรทำวันคืนไม่ให้เปล่าจากประโยชน์ ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ตาม เพราะวันคืนผ่านบุคคลใดไป ชีวิตของบุคคลนั้น ย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น
ศัตรูตัวสำคัญของมนุษย์ คือ ความขี้เกียจ เป็นตัวบั่นทอนความเจริญในชีวิตของเราทำให้เราไม่เจริญก้าวหน้า แต่เราสามารถแก้ไขความขี้เกียจของเราได้อย่างไรบ้าง?
ความโกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนพาล ผู้โฉดเขลาไม่รู้จริง เพราะความแข่งดี แม้เขาก็ถูกความโกรธนั้นเผาลนใจให้เร่าร้อน ความโกรธเจริญขึ้นแก่ผู้ใด ก็เป็นดุจไฟเจริญขึ้นในกองหญ้าและไม้ ยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อมไป เหมือนพระจันทร์ข้างแรมฉะนั้น ส่วนความโกรธของผู้ใดสงบลงได้ ประดุจไฟที่ไม่มีเชื้อ ยศของผู้นั้นย่อมเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น
พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดเหลวไหลด้วยการกล่าวคำจริง
พอประคองใจไปเรื่อยๆ หนูก็เห็นองค์พระแก้วใสขยายออกมาจากข้างในท้องของหนู ท่านผุดออกมาเป็นสายทีละองค์ เหมือนเพลงที่หลวงพ่อเปิดเลยค่ะ ใจของหนูก็ชุ่มเย็นมีความสุขมาก