ดิฉันเก็บอารมณ์ และความชอกช้ำไว้กับตัวเอง ต่อมา มันก็หนักขึ้นๆ จนท่วมท้นหัวใจ ดิฉันโกรธ หดหู่ เหงา มากขึ้น และยอมจำนนให้ชีวิตอยู่กับการดื่ม การไม่รับประทานอาหาร และการทรมานตัวเองในรูปแบบต่างๆ ดิฉันฉุนเฉียวง่ายและว้าวุ่นใจอยู่เสมอๆ และรู้ว่าไม่มีทางที่จะรู้สึกดีขึ้น เพราะดิฉันอยู่กับอารมณ์ดังกล่าว ดิฉันแพ้ตัวเองอย่างแท้จริง
ดิฉันได้พบ Landmark ของใจในทรงกลมนั้น โดยการนึกดวงอาทิตย์ขึ้นมาวางไว้ที่นั่น ทันใดนั้น ดิฉันก็ไม่ใช่ทรงกลมอีกต่อไป แต่พบแสงสว่างมากมายเปล่งประกายเจิดจ้า เป็นความรู้สึกที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ระหว่างดิฉันและจักรวาล การที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และสามารถเห็นใจกลางความสว่างภายใน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย มันเป็นเหมือนแสงสีขาวสว่างจ้าภายในดวงอาทิตย์
พอดีกับที่ลูกได้ดู DMC พระเดชพระคุณหลวงพ่อแนะนำว่า “ให้เราเล่นตัว ทิ้งสิ่งที่เห็นนอกตัวทั้งหมด ยอมดูความมืดดีกว่า” ลูกจึงทำตาม คราวนี้นั่งมืดเป็นปีๆเลยค่ะ เวลานั่งก็จะได้แต่ความสบาย เห็นแสงสว่างบ้าง แต่ก็นั่งทุกวันไม่เคยเว้น พอมาได้หลักการวางใจจากพระอาจารย์ที่บ้านสวนอุบลฯ ก็เลยเน้นความสบาย พอใจสบายก็ค่อยๆน้อมลงไปในตัว
ในวันที่ห้า ผมวางใจนิ่งไว้ตรงตำแหน่งที่ผมรู้จักแล้ว ขณะนิ่งไปสัก 3-4นาที ผมเห็นองค์พระแก้วใสสูงหนึ่งคืบที่กลางท้อง สว่างเป็นรัศมีแผ่ออกมาโดยรอบองค์ ผมเอิบอิ่มใจ จนอยากถ่ายทอดให้ทุกคนทราบเป็นสมการใจที่ว่า ใจหยุดใจนิ่ง + ทำใจเฉยๆสบายๆ = เข้าถึงพระธรรมกาย คือ สมการใจของคนรุ่นใหม่
พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ...ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สันติภาพโลกจะเกิดขึ้นได้ แต่ลึกๆแล้วผมก็หวังให้มีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ผมว่า การสร้างวิหารคดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพื่อจะให้คนหนึ่งล้านคนมานั่งสมาธิด้วยกัน เมื่อทำสำเร็จจะเป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากครับ