ครั้นเวลาเช้า พระภิกษุสงฆ์มีพระเถระทั้งสองเป็นประมุข ได้ออกบิณฑบาตไปตามถนน แล้วมาพักฉันภัตตาหารที่บ้านของนางนันทมารดาซึ่งได้จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี เมื่ออังคาสภิกษุสงฆ์ให้อิ่มหนำสำราญแล้ว นางก็เข้าไปนั่งสนทนา เล่าเรื่องที่ได้สนทนากับท้าวเวสสวัณเมื่อรุ่งอรุณให้พระเถระทั้งสองฟัง
“ต่อไปวันข้างหน้าถ้าไม่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่แล้ว จะไปอบรมใคร สอนใคร ปกครองใคร ถ้าเราไม่มีทายาท พระพุทธศาสนาก็ตายไปกับเราอย่างแน่นอน ”
ขณะนี้เด็กดี V-Star อีสานสุดคึกคัก ผู้ประสานงานรายงานว่าทั้งคุณครูผู้ให้แสงสว่าง เด็กดี V-Star ผู้ใหญ่ใจดีศูนย์กัลยาณมิตรต่างๆและผู้นำชุมชน ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ต่างร่วมแรงร่วมใจกันทำโครงการ “บอกโทษเกินร้อย ชิงทุนเกินล้าน” กันอย่างตั้งอกตั้งใจ จนเกิดผลการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับชุมชนมากมาย ทำให้ในขณะนี้ยอดการส่งผลงานของภาคอีสาน มาแรงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
“อาจารย์ได้ถ่ายทอดความรู้ ในการทำสมาธิแบบวัชรยานให้หมดแล้วนะ แต่การทำสมาธิของเรายังไม่เหมาะสำหรับทุกคน เป็นการปฏิบัติเฉพาะพระเท่านั้น หรือแม้แต่พระก็ไม่ใช่ทุกรูปด้วย ให้ท่านรอสักหน่อย วันหนึ่งจะมีสมาธิที่ง่าย ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ และเกิดประโยชน์กับชาวโลกอย่างแท้จริงเข้ามา ให้ท่านรอเพื่อที่จะได้เชื่อมต่อ อีกไม่นาน เดี๋ยวเขาจะมา”
“พวกพระองค์ได้เพียรพยายาม ทุกวิถีทางเพื่อจะนำสระโบกขรณีมาถวายพระองค์ให้จงได้ แต่เพราะเหตุที่พวกข้าพระองค์เป็นผู้ด้อยปัญญา ด้วยความเขลาจึงสำคัญผิดไปว่า การนำสระโบกขรณีเก่ามาผูกติดกับสระโบกขรณีใหม่นั้น อาจมีช่องทางให้สำเร็จตามประสงค์ได้ พระองค์ผู้สมมุติเทพ ก็พระองค์จักเป็นผู้ยืนยันให้แจ้งชัดในที่นี้ได้หรือไม่ว่า ใครๆ ก็ไม่อาจจะผูกสระโบกขรณีให้ติดกันได้ พระเจ้าค่ะ”
ชายผู้เป็นหัวหน้ามิได้สะทกสะท้าน ได้กราบทูลอย่างองอาจว่า “หามิได้พระเจ้าค่ะ พระองค์มิได้รับสั่งให้พวกข้าพระองค์ลุยโคลนเช่นนี้ แต่ก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้ชาวบ้านปาจีนวยมัชฌคามส่งสระมาถวายมิใช่หรือ พระเจ้าข้า”
“คืออย่างนี้พระเจ้าค่ะ... วานนี้พระองค์เพียงแต่รับสั่งให้ฟั่นเชือกทรายมาถวายเส้นหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ทรงกำหนดขนาดให้แน่ชัด ว่าจะให้ฟั่นกี่เกลียว และฟั่นในลักษณะใด พวกข้าพระบาทต่างก็ไม่แน่ใจ จึงกลับมาทูลถามขนาดและรูปแบบให้แน่ชัด เพื่อจะได้ทำมาถวายให้ถูกต้องตามพระประสงค์ ดังนั้น ขอพระองค์ทรงโปรดพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าให้พวกข้าพระพุทธเจ้านำไปดู เป็นตัวอย่างสักคืบหนึ่งก็เพียงพอแล้ว พระเจ้าข้า”
พระราชาทรงปรารถนาจะเล่นชิงช้าพรวนทราย คือ ชิงช้าห้อยที่ทำด้วยเม็ดทรายเนื้อละเอียด ท้าวเธอทรงอ้างเหตุว่า ก่อนนั้นภายในพระราชสำนักเคยมีชิงช้าพรวนทรายอยู่อันหนึ่ง แต่บัดนี้เชือกทรายเส้นเก่าที่ใช้มานาน ก็เริ่มผุขาดลง พระองค์จึงต้องการให้ชาวปาจีนยวมัชฌคามได้ช่วยกันฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาทำเป็นสายชิงช้า
มโหสถทำท่าจะหัวเราะ แล้วก็ไม่กล่าวอะไรเลย จึงถามขึ้นว่า “พ่อมโหสถ พวกเราจะทำอย่างไรกันดี เห็นทีว่าคราวนี้คงต้องถูกปรับแน่ๆ ” พอถูกถามเช่นนั้น มโหสถจึงตอบพลางยิ้มอย่างเบิกบานว่า “ปัญหานี้ ไม่ว่าใคร ก็ไม่อาจจะแก้ได้ด้วยเหตุผลธรรมดาทั่วไป แต่จะพึงแก้ได้ด้วยการย้อนปัญหาเท่านั้น”