ชีวิตของเราสามารถแก้ไขได้ โดยเริ่มจากการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา พร้อมกับศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สามเณร เป็นผู้ได้โอกาสในการศึกษาคำสั่งสอนอันทรงคุณค่าขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ฝึกฝนอบรมตนเองตามแนวทางพระอริยะเจ้า สืบอายุพระพุทธศาสนานำพาความสว่าง สันติภาพและสันติสุขมายังชาวโลกต่อไป
พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนธรรมด้วยภาษาบาลี และพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ก็บันทึกด้วยภาษาบาลี ในฐานะพุทธบริษัท จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาหลักภาษาบาลี เพื่อเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ในการศึกษาคัมภีร์ต่างๆ ในพระพุทธศาสนา
ผู้ใดมีความเชื่อในตถาคต ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว มีศีลอันงามที่พระอริยะสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่า ไม่เป็นคนขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะเหตุนั้น ผู้มีปัญญาเมื่อนึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบศรัทธา ศีล ปสาทะ และความเห็นธรรมเนืองๆ เถิด
พระเดชพระคุณพระเทพคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดสตูล ประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวว่า “การจัดตักบาตร พระภิกษุสงฆ์ 1,000รูปนี้ เป็นการส่งเสริมประเพณีของชาวพุทธ เพราะพระจะอยู่ได้ก็ด้วยการรับบิณฑบาตจากญาติโยม เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาแด่ผู้ที่พบเห็น”
ขณะนี้ การที่พระสงฆ์แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ มีคำสอนที่ต่างกันออกไป จะทำให้การปฏิบัติยิ่งแตกต่าง ชาวพุทธก็ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งสอนดั้งเดิม หันไปนับถืออะไรต่างๆมากมายที่ไม่ใช่พระพุทธศาสนา ซึ่งดูแล้วไม่มีความหมายอะไรเลย ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ทุกคนจะต้องมาทำงานที่แท้จริง ด้วยการทำสมาธิร่วมกัน ถึงจะมีความหมายที่สำคัญต่อสันติสุขของโลกใบนี้
พวกเราทั้งรักและเคารพคุณพ่อ เชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน ไม่มีใครแตะต้องกับอบายมุขใดๆ ทั้งสิ้น คุณพ่อมักจะย้ำอยู่เสมอว่า บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของเรา ให้ทำบุญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่มากก็ตาม ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หากเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาผู้ใดไม่ทำตามคำสั่งสอน ที่เราตถาคต แสดงไว้ดีแล้ว ผู้นั้นย่อมจะต้องถึงความพินาศ ย่อมถึงความทุกข์ใหญ่ในอบาย ๔ (คือได้นรก ดิรัจฉาน เปรต อสุรกาย) เปรียบเสมือนพวกพ่อค้า ที่ถูกนางยักษิณี หลอกลวงให้ตกอยู่ในอำนาจ ต้องสิ้นชีวิตไป ฉะนั้น
ท่านได้มาบวชสามเณร 3 ครั้ง คือ ตอนอายุ 9 ปี 12 ปี และ 14 ปี และในการบวชสามเณรครั้งสุดท้ายนี้เอง ท่านได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะอยู่ในเพศบรรพชิตตลอดชีวิต และท่านยังบอกอีกว่า “แม้จะอยู่รูปเดียวก็สามารถอยู่ได้ เมื่อบวชเข้ามาแล้วจะไม่กลับออกไปอีก เพราะมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร จะไม่ว้าเหว่ เณรอยากอยู่ที่นี่ อยากบวชปฏิบัติธรรมเละอยากเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”