คุณแม่เปิดร้านขายของชำ มีความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่คุณแม่ก็ไม่ค่อยชอบไปไหนอ้างว่าเป็นห่วงร้าน กลัวเสียลูกค้าให้คู่แข่งที่เปิดร้านใกล้ๆ กัน และที่น่าแปลกใจก็คือ คุณแม่มักจะมีคู่แข่งทางการค้าตลอดมา
แม่ของลูกรักการทำบุญ แต่ก็ชอบไหว้เจ้า ลูกจะชอบชวนท่านทำบุญกับหมู่คณะ และทันทีที่ท่านทราบว่า ลูกเป็นประธานกองกฐินสร้างอาคาร ๑๐๐ ปีคุณยายอาจารย์ฯ ท่านก็ร่วมบุญกับลูกทันที
คุณแม่ของผมมีชีวิตที่ลำบากมาตั้งแต่เด็ก ต้องช่วยคุณตาคุณยายทำงานตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ โดยรับจ้างเก็บพริกและแบกขนมไปขาย ทำงานหนักจนเลือดในตัวข้นจัด นอนแล้วขยับตัวไม่ได้
ตัวลูกไม่ชอบการสัมผัสตัว แม้กับคุณแม่ของตนเอง เพราะชาติหนึ่งในอดีต ตัวลูกเกิดเป็นผู้หญิงมีทุกข์จากการครองเรือนมาก จึงได้หนีออกจากครอบครัวไปบวชเป็นแม่ชีโกนหัวแต่งชุดขาวเข้าวัด และได้รับคำอบรมสั่งสอนว่า ไม่ให้ยินดีในผัสสะหรือการสัมผัส
คุณแม่ของหนูท่านแก่แล้ว ทำอะไรไม่ค่อยไหว ลูกๆ ให้เงินท่านใช้ ท่านก็แบ่งเอาไปทำบุญบ้าง แต่ดูท่านมีกังวล ไม่เบิกบานเหมือนคนอื่นที่เขาไปทำบุญกัน ถามได้ความว่าคุณแม่กลัวไม่ได้บุญ เพราะไม่ใช่เงินของท่าน
ลูกเคยเป็นโรคทาลัสซีเมียร์ มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียมากกว่าคนปกติ เมื่อไปหาหมอ หมอให้ยาบำรุงเลือดมาทาน และดูแลสุขภาพด้วยการไม่นอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ และหายขาดเป็นปกติจนทุกวันนี้
ลูกลืมตาขึ้นมาดูโลก ท่ามกลางความประหลาดใจของผู้เป็นแม่และคนรอบข้าง เพราะลูกใจร้อน รีบกระโจนตัวออกมาก่อนเวลาอันควรถึง 3 เดือน ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1กิโลกรัม และส่วนสูงยาวกว่าไม้บรรทัดแค่ 4เซนติเมตร
ตอนผมอายุ ๔ ขวบ เงินของคุณแม่หาย ๓-๔ บาท ท่านจับผมมาตีๆๆ หาว่าผมขโมยเงินไปซื้อขนม ไม่ว่าผมจะอธิบายอย่างไรท่านก็ไม่เชื่อ ท่านหักนิ้วผมเอามือผมไปพาดไว้กับบันไดแล้วกดคอผม ตกกลางคืนผมนอนเป็นไข้ เหตุการณ์ครั้งนี้ฝังใจผมมาตลอด ทำให้ผมไม่ค่อยรู้สึกผูกพันกับคุณแม่ แต่ก็ยังให้ความเคารพท่านครับ
คุณแม่มักจะโดนคุณพ่อใช้วาจาเชือดเฉือนตลอดเวลา ชอบตวาด ชอบดูถูกดูแคลนคุณแม่ต่างๆ นานาว่า เป็นคนจน มาแต่ตัว บางครั้งก็ด่าเกินเลยไปถึงโคตรเหง้า ทำให้คุณแม่ต้องทนเจ็บช้ำน้ำใจอย่างยิ่ง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้จัดพิธีบำเพ็ญบุญ กตัญญูบูชาคุณ แด่