ทำมาค้าขาย ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากรร้อยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกร แต่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำและเนินเขาที่ปรับให้เป็นขั้นบันไดบนเกาะลูซอน พืชสำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวโพด มันเทศ ผัก ผลไม้ ส่วนพืชที่ปลูกเพื่อการค้าและเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศคือ มะพร้าว นอกจากนี้ยังมีอ้อย สับปะรด ยาสูบ
ทำมาค้าขาย ชาวบรูไนนิยมทำงานราชการหรือทำงานในบริษัทใหญ่ๆ และเนื่องจากการเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีจำนวนคนอาศัยอยู่น้อย บรูไนจึงมีปัญหาขาดแคลนแรงงานและช่างฝีมือ จึงรับจ้างแรงงานจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือคนไทย เข้าไปทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อสร้าง
ปกบ้านครองเมือง สิงคโปร์แยกตัวออกจากสหพันธ์มาเลเซีย มาเป็นสาธารณรัฐสิงคโปร์เมื่อปี พ.ศ. 2508 รูปแบบการปกครองคือประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล และมีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุด
ทำมาค้าขาย เวียดนามเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่น่าจับตามองประเทศหนึ่ง ชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียนด้วนกันจึงให้ความสนใจและความมั่นใจที่จะเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ทั้งด้านอุตสาหกรรมทอผ้า เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
ทำมาค้าขาย พม่าได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจตรงที่เป็นประเทศขนาดใหญ่ อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีพรมแดงติดแหล่งค้าขายสำคัญคืออินเดียและจีน และยังมีท่าเรือทั้งทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย (อ่าวเบงกอล) และฝั่งทะเลอันดามัน
ทำมาค้าขาย กัมพูชาเป็นเมืองเกษตรกรรม ประชากรราวร้อยละ 85 ประกอบอาชีพเกษตรกรและอาศัยอยู่ในชนบท อาชีพหลักชาวของชาวกัมพูชาคือเกษตรกร ประมาณร้อยละ 70 อยู่ในภาคบริการประมาณร้อยละ 17 เป็นลูกจ้างโรงงานประมาณร้อยละ 8 และแรงงานก่อสร้างประมาณร้อยละ 5 ประชากรส่วนใหญ่รายได้ไม้สูงนัก
ประเทศมาเลเซีย ได้เปลี่ยนจากประเทศที่พึ่งพาการเหมืองแร่และการส่งออกสินค้าเกษตร เป็นประเทศที่มีรายได้หลักจากการผลิตสินค้าและบริการ โดยในปี พ.ศ. 2554 มาเลเซียได้รับจัดอันดับให้ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงเป็นอันดับที่ 16 ของโลก