ในสมัยหนึ่งมนุษย์จำนวนมากนิยม แล่นเรือไปเพื่อค้าขาย เมื่อเรือไปถึงกลางมหาสมุทรเกิดอับปางลง มนุษย์ทั้งหลายต่างล้มหายตายจาก กลายเป็นอาหารของปลาและเต่า แต่มีชายคนหนึ่งได้อาศัยแผ่นกระดาน พยายามตะเกียกตะกายแหวกว่ายมาจนถึงฝั่ง เนื่องจากว่ายน้ำเป็นเวลานานหลายวัน เสื้อผ้าขาดวิ่นไปหมด เขามองไม่เห็นอะไรพอที่จะนุ่งห่มได้ เลยเอาเชือกปอมัดพันกับใบไม้แห้งใช้ห่มแทนเสื้อผ้า พวกมนุษย์สำคัญผิดว่า บุรุษนี้น่าจะเป็นพระอรหันต์
เหมือนดังเรื่องของเมตไตยยะ ซึ่งออกบวชเป็นชฎิล คือ นักบวชประเภทหนึ่งที่มีในสมัยนั้น ปรารถนาจะหลุดพ้นจากทุกข์ เมื่ออินทรีย์แก่กล้า บุญบันดาลให้มาพบแสงสว่าง ท่านได้พบกับยอดกัลยาณมิตร คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีโอกาสได้ทูลถามปัญหา และตั้งปัญหาถามได้ลึกซึ้ง เป็นปัญหาที่น่ารู้น่าศึกษาทั้งสิ้น
พระฤๅษีจิตตบัณฑิตมีความสุขในฌาน อยากจะให้น้องชายได้รับรสแห่งความสุขภายในบ้าง จึงเหาะมาลงที่พระราชอุทยาน ท่านได้แต่งเพลงแก้ให้หนูน้อยคนหนึ่ง เอาไปขับร้องให้พระราชาฟัง หนูน้อยก็รีบวิ่งไปเฝ้าพระราชา แล้วร้องเพลงถวายว่า
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดโครงการชีวิตใหม่หัวใจไอซีที เพื่อลดปัญหาเด็กติดเกม
ผู้คนมากมายซึ่งต่างไม่ปรารถนาจะให้พระราชาออกผนวช พากันยื่นข้อเสนอมากมาย แต่พระองค์ไม่ได้ทรงยินดีกับสิ่งเหล่านั้น ยังคงมีพระทัยมุ่งมั่นที่จะเสด็จออกบรรพชาให้ได้ พระองค์ทรงแสดงธรรมให้เข้าใจว่า "ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของน้อยนิด ดุจน้ำที่อยู่ในโคลน เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินเช่นนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาท
เรื่องมีอยู่ว่า ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีเทวดาองค์หนึ่งได้เห็นจุตินิมิต เหงื่อไหลออกจากรักแร้ ทิพยภูษาอาภรณ์จากที่เคยเปล่งปลั่งสว่างไสว ก็เศร้าหมองลงทันตา มีความรุ่มร้อนขึ้นมาในกาย ท่านรู้ชัดว่า ถึงคราวตนเองจะต้องจุติแล้ว จึงเกิดความเสียดายในทิพยสมบัติที่เคยครอบครอง แต่ก็ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรดี จึงจะได้ครอบครองสมบัติเหล่านี้อีก
สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในโลก อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันทีทันใด ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด อย่างที่เรานึกไม่ถึงเลย ก็คือ การหยุดใจของเราไว้ที่ตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างสบายๆ และสัมผัสแหล่งแห่งสันติสุขภายในเสียก่อน จนกระทั่งได้พบสันติสุขแรก นี้เป็นโนว์ฮาว (Know-how) ของการสร้างสันติภาพโลกอย่างง่ายๆ ที่มีอยู่คู่โลกมานานแล้ว ดังเช่นเคยบังเกิดขึ้นแล้วในสังคมในสมัยเมื่อสองพันกว่าปี แต่ความรู้นี้ได้ขาดหายไปในช่วงหลัง
ชีวิตของมนุษย์ในสมัยก่อนนั้นยาวนานมาก แม้กระนั้นผู้มีบุญก็ไม่ประมาทในชีวิต เพราะมองเห็นทุกข์ เห็นโทษของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ปัจจุบันอายุของมนุษย์โดยเฉลี่ยเพียง ๗๕ ปีเท่านั้น ชีวิตจึงเป็นของน้อย เราไม่ควรประมาท เพราะความตายอาจพรากชีวิตเราได้ทุกขณะ เพียงแค่หายใจเข้าไม่หายใจออก หรือหายใจออกไม่หายใจเข้าก็ตายแล้ว
ลูกสาวของผมซึ่งปัจจุบันอายุ 7 ขวบ เธอได้ตามคุณแม่ไปวัดตั้งแต่เล็ก แม้จะมีความสนุกสนาน และซุกซนตามประสาเด็ก แต่เธอก็รักและมีความกตัญญูต่อคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ตอนนี้ทั้งภรรยาและลูกสาวต่างก็เข้ามากราบเท้าของผมก่อนเข้านอน ภาพนี้ทำให้ผมซึ้งถึงขั้วหัวใจ และเกิดพลังใจที่จะทำให้ครอบครัวอบอุ่นเป็นนิรันดร์
ผ่านไปไม่นานนัก ร่างกายก็เบาขึ้นมาเองโดยไม่ต้องทำอะไร จิตใจสงบนิ่ง “ลึก” มาก จนความสงบนี้แผ่ขยายไปทั่วตัว เหมือนตัวเรานั้น หลอมละลายเป็นความสงบเสียเอง จากนั้นความสงบก็ขยายไปเป็นวงกลมใหญ่จนสุดเส้นขอบฟ้า ในช่วงนั้น “เวลา” ได้หยุดสนิท ไม่มีความหมายใดๆอีกต่อไป ความสงบที่เกิดขึ้นมานั้น ได้ผลิต “ความสุขและความเบิกบาน” (Happiness and Joy) ชนิดที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต