ด้วยหัวใจยอดกัลยาณมิตร ปรารถนาที่จะให้ฤๅษีหักห้ามความเศร้าโศกให้ได้ จึงตรัสว่า "สัตว์ทั้งหลายมีมากมายที่ร้องไห้ถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่ท่านรู้ไหม การร้องไห้เศร้าโศกนั้น สัตบุรุษกล่าวว่า เป็นโมฆะของชีวิต ทำให้ชีวิตและจิตใจมัวหมอง หากท่านปรารถนาที่จะให้ใจผ่องใส จงหักห้ามความโศกเถิด"
พระเถระได้อนุโมทนาในกุศลจิตของพระกุมาร แต่เมื่อตรวจดูอายุสังขารของพระกุมารแล้ว ได้บอกว่า พระกุมารจะมีชีวิตอยู่เพียง ๕เดือนเท่านั้น แม้ได้ทราบความนั้น พระราชกุมารก็ไม่ท้อใจ เพราะเข้าใจดีว่า คงเป็นกรรมในอดีตตามมาส่งผล ก็ไม่ได้หวาดหวั่นพรั่นพรึงอะไร จึงถามพระเถระถึงวิธีการที่จะหลุดพ้นจากความตาย
บรรยากาศในวันนี้ เหมือนมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น เพราะว่าปกติที่เมืองพิจิตรแดดจะแรงมากๆ แต่วันนี้ไม่มีแดดเลยแม้แต่น้อย อากาศเย็นสบาย และที่สำคัญ ช่วงที่พระกำลังให้พร ได้มีฝนตกปรอยๆ เม็ดเล็กๆ ประดุจดั่งได้รับน้ำมนต์จากคณะสงฆ์ซึ่งกำลังให้พรกันเลยทีเดียว และฝนที่ตกมานั้นก็ไม่ได้ทำให้พวกเราเปียกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้หลายๆคนถึงกับขนลุกด้วยความปลื้มปีติ และสามารถเรียกน้ำตาจากทีมงาน และผู้ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ได้เป็นจำนวนมาก
ผู้หญิงคนหนึ่ง เล่าให้เพื่อนของเธอฟังว่า เธอมีประสบการณ์ที่แปลกประหลาด บางครั้งก็ถอดจิตออกจากร่างไปบ้านของลูกศิษย์ เตือนให้ลูกศิษย์ตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมของตักบาตร, สามารถได้ยินเสียงของคนที่กำลังพูดโทรศัพท์ ซึ่งยืนอยู่ห่างจากตัวเธอได้, สามารถเห็นคนที่อยู่ในอีกห้องหนึ่งว่ากำลังทำอะไร เป็นต้น นอกจากนี้ เธอยังสามารถติดต่อกับเทวดาองค์หนึ่ง ให้มาบอกวิธีการรักษาโรคได้อีกด้วย...เรื่องราวนี้ เป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร