“เอวํ อจินฺติยา พุทฺธา พุทฺธธมฺมา อจินฺติยา อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ วิปาโก โหตฺยจินฺติโย พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระธรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นอจินไตย วิบากของเหล่าชนผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าและพระคุณของพระองค์ก็เป็นอจินไตยเช่นกัน” (ขุททกนิกาย อปทาน)
การบูชาพระบรมสารีริกธาตุด้วยจิตเลื่อมใสนี้มีอานิสงส์เสมอกับการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนม์อยู่ และด้วยอานิสงส์อันไม่มีประมาณนี้เอง หลังจากละโลกแล้ว ผลบุญนี้จะช่วยปิดอบาย ได้เสวยทิพยสมบัติในเทวโลก และครองจักรพรรดิสมบัติในมนุษยโลก วนเวียนอยู่แต่ในสุคติภูมิ จนกระทั่งบรรลุมรรคผล นิพพาน
ดูก่อนยาย ขอยายจงนมัสการพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงมีพระยศและกิตติศัพท์ประเสริฐกว่าใครๆ ในภพทั้งสาม พระองค์ทรงยืนอยู่เพื่อจะโปรดยาย ขอยายจงยังจิตให้เลื่อมใสถวายนมัสการพระองค์ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเร็วเถิด จะได้เป็นบุญกุศลติดตัวยายไปในภพเบื้องหน้า
เราได้ยังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ประณมอัญชลี มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ถวายบังคมพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ได้กระทำในครั้งนั้น ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้เสวยทิพยสมบัติมากมายหลายภพหลายชาติ เราไม่เคยไปสู่ทุคติเลย
สามเณรศูนย์อบรมวัดสมานราษฎร์ จ.ชลบุรี ได้ออกเดินบิณฑบาตโปรดสาธุชนวันแรก ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ได้จัดเตรียมข้าวสาร อาหารแห้งและปานะ รอใส่บาตรอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อได้เห็นอากัปกิริยา สงบ เสงียม สง่างาม ของสามเณรผู้ฝึกตัวมาดีแล้ว ก็ยิ่งทำให้เกิดจิตเลื่อมใสอย่างมากแด่ผู้พบเห็น แม้สามเณรอายุยังน้อย และบวชได้ไม่นาน แต่ก็สามารถฝึกตนได้อย่างดี สมเป็นหน่อเนื้อแห่งพระชินสีห์ อย่างแท้จริง
การเห็นสมณะของผู้มีจิตเลื่อมใสนั้น อาจแบ่งออกได้เป็น ๓ ระดับ คือ...
ในยุคของพระวิปัสสีพุทธเจ้า พระพากุลเถระได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ กรุงพันธุมวดี ต่อมาได้ออกบวชเป็นดาบสฤๅษี และบำ เพ็ญเพียรจนได้ฌาน จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านได้ทราบข่าวการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ไปเข้าเฝ้าเพื่อฟังธรรมแล้วเกิดจิตเลื่อมใส ทำให้ท่านถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ อีกทั้งยังหมั่นมาฟังธรรมและคอยดูแลอุปัฏฐากพระศาสดาตามโอกาสสมควร
เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตน จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส และได้กล่าวชื่นชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใส ประทับยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า พราหมณ์ใด ยังความร่าเริงให้เกิดขึ้นแล้ว สรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัป
ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ มีจิตเลื่อมใสในพระตถาคต ครั้นทำกาละแล้ว ชนเหล่านั้นทั้งหมด เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
คุณเนอวาน่า ชอดรี่ เกิดจิตเลื่อมใสในพระลูกชายของลูกขึ้นมา แบบสายฟ้าแลบ ซึ่งถ้าเป็นชายหนุ่มหญิงสาวก็ต้องใช้คำว่า บุพเพสันนิวาส แต่งานนี้คงต้องบัญญัติศัพท์ใหม่ว่า บุพเพ-สันติภาพ ค่ะ