ทุกวันนี้ ลูกรู้สึกว่าใจมัน เบาๆ ใสๆ นุ่มๆ ไม่อยากโกรธใคร บางวันตื่นนอนพร้อมกับองค์พระที่ขยายใหญ่ทันทีที่รู้สึกตัว เวลานอนก็หลับในอู่ทะเลบุญ มีความสุขมาก ไม่เคยคิดเลยว่า คนอย่างเราก็ทำได้ เหมือนได้ชีวิตใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่ออายุ 61ปี
มะเร็งลามจากต่อมน้ำเหลืองสู่ลำคอ แล้วลามต่อไปถึงปอด อันเป็นระยะสุดท้าย วินาทีนั้น...ลูกหวาดกลัวจนตัวสั่น หน้าซีดเหมือนไก่ถูกต้มสุก รู้สึกเคว้งคว้าง สับสน เหมือนหลงทางอยู่กลางป่าเพียงลำพัง หวั่นไหว หวาดกลัวมรณภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่ใครเล่าจะยอมตายจากลูกน้อยที่แสนรักแสนห่วงใย ตราบยังมีลมหายใจ ชีวิตย่อมมีความหวัง
สักพัก ผมก็เห็นองค์พระผุดขึ้นมา แล้วก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีองค์พระผุดขึ้นมาในท้อง เพราะในหนังสือ 2 หน้านั้นไม่ได้บอกไว้ ผมตกใจครับ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” จึงถอนออกจากสมาธิ แล้วก็นั่งใหม่อีกครั้ง มาอีกแล้วครับ องค์พระผุดๆๆๆขึ้นมาอีกแล้ว ผมเริ่มวิตกได้แต่อุทานในใจว่า...Bigger and Bigger
พระพักตร์ขององค์พระซ้อนสนิท กลายเป็นใบหน้าของลูก ท่านซ้อนทับพอดีตัวลูก ท่านใสมากๆค่ะ ตอนนี้ลูกกลายเป็นพระ เราเป็นท่าน ท่านเป็นเรา แต่ก่อนลูกเคยฟังเพลง “เขาคอยคุณอยู่” ก็ไม่เข้าใจว่า “ใครนะที่จะคอยเราอยู่” แต่ตอนนี้ลูกรู้แล้ว เข้าใจแล้วว่า ใครคนหนึ่งที่คอยเราอยู่ คือ ใคร ลูกรู้สึกมีความสุขมากค่ะ
ต่อมา ผมมีอาการแน่นๆที่หน้าอก จึงไปหาหมอ หมอบอกว่า "คุณเป็น มะเร็งในเม็ดเลือด" ได้ยินคำว่า “มะเร็ง” แต่ผมกลับรู้สึกเฉยๆ เพราะใจผมอยู่กับองค์พระ จนหมอแปลกใจว่า ทำไมผมมีกำลังใจดีมากผิดกับผู้ป่วยคนอื่น ผมคิดว่า “โรคภัยไข้เจ็บก็ให้เป็นหน้าที่ของหมอไป ส่วนเรื่องจิตใจเป็นหน้าที่ที่เราต้องดูแลเอง”
ครั้งหนึ่ง ขณะที่ดิฉันอยู่ท่ามกลางแสงสีต่างๆ อยู่ดีๆแสงนั้นก็รวมตัวกันเป็นทรงกลมที่สว่างมาก ทำให้ดิฉันตกใจมาก นึกอุทานในใจว่า "โอ...นี่อะไรกัน" ภายหลังหลังออกจากสมาธิ ดิฉันจึงได้ทราบว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี (เรียกว่า crystal ball หรือ ดวงแก้ว)