อุบาสิกาแก้ว พิกุล ทุดปอ (วัดศรีอรุณ จังหวัดมหาสารคาม)
วันต่อมาพอนั่งสมาธิอีก กระผมก็จะวางใจเฉยๆเอาไว้ที่กลางท้อง นั่งไปสักพักก็รู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีตัวตน ตอนนั้นใจกระผมนิ่งมาก แล้วกระผมก็เห็นดวงแก้วใสสว่างเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ดวงแก้วพากันเรียงแถวพุ่งขึ้นมาจากลางท้องของกระผมเป็นแถวเป็นแนวเยอะมาก สักพักก็เห็นองค์พระแก้วใสเรียงเป็นแถวขึ้นมาจนเป็นทางยาวเลยครับ องค์พระงามมาก ทั้งใสทั้งสว่าง
แต่พอนั่งไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเราหายไป ไม่มีแขน ไม่มีขา ใจนิ่งมาก แล้วกระผมก็เริ่มเห็นดวงกลมใสๆขนาดเท่าลูกตาดำ อยู่ท่ามกลางความมืดตรงหน้ากระผม ห่างประมาณหนึ่งฟุต แต่เห็นแป๊บเดียวก็หายไป และพอนั่งสมาธิทุกครั้งกระผมก็จะเห็นแบบนั้น แต่ความมืดจะจางลงเรื่อยๆ ดวงนั้นก็สว่างขึ้นด้วยครับ
เมื่อพระอานนทเถระได้รับอนุมัติจากสงฆ์แล้ว จึงออกเดินทางพร้อมพระภิกษุอีก 500รูป มุ่งหน้าไปยังวัดโฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ซึ่งเป็นที่พำนักของพระฉันนะ ครั้นพระฉันนะรู้ว่า พระอานนทเถระมาเยี่ยม จึงรีบเข้าไปหา ไหว้พระเถระด้วยความนอบน้อม เพราะรู้ว่าฐานะตำแหน่งทางโลกนั้น พระอานนท์เป็นพระอนุชา เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ส่วนตนเป็นเพียงข้าทาสคนรับใช้ จึงมีความยำเกรงพระอานนท์เป็นพิเศษ
กระแสใดในยามนี้ มิอาจเทียบได้กับกระแสแสน คือ ชายไทยแมน ๆ จะมาบวชเป็นแสนคน เพราะได้รับการการันตีจากรุ่นพี่กองพล 7,000 ตำบล จำนวนกว่าหมื่นรูปที่ผ่านมาว่า ชีวิตที่แสนดีจริง ๆนั้นเป็นแบบไหน? จะรู้ได้ก็ต้องมาบวชเอง เพราะของอย่างนี้แม้จะแมน ๆ เหมือนกันแต่บวชแทนกันไม่ได้ ผู้ที่ผ่านการบวชล้วนเป็นคนมีคุณภาพในระดับ “พระเอก” คือ กลายเป็นพระเอกในหัวใจมหาชน
และที่โรงเรียนสนิทวิทยา วิเศษชัยชาญ คุณครูรายงานมาว่า เด็กนักเรียนอนุบาลอยากติดเข็ม V-Star บ้าง คุณครูก็ให้ยืมและบอกว่า “เข็มนี้ติดแล้ว หนูต้องทำความดีนะคะ หนูถึงจะได้เป็นเด็กดี V-Star” วันต่อมาผู้ปกครองมาเล่าให้คุณครูฟังว่า “ลูกช่วยงานไม่หยุดเลยค่ะคุณครู ทั้งๆที่ตัวเขาเล็กนิดเดียวเอง จนดิฉันต้องบอกให้ลูกเอาเข็ม V-Star ออกก่อน เพราะกลัวว่าเขาจะเหนื่อยเกินไป”
เมื่อธรรมเทพบุตร เห็นอธรรมเทพบุตรไม่ให้หนทางแน่แล้ว จึงกล่าวว่า ถ้า หากท่านเป็นผู้กระหายในสงคราม ชอบใจในการล้างผลาญ แม้ผู้หลักผู้ใหญ่และครูของท่านที่จะคอย ตักเตือนท่านก็ไม่มี เราธรรมเทพบุตรก็จะขอยอมเป็นผู้ให้หนทางแก่ท่านเอง เราจะไม่ขุ่นมัว แต่จะทำใจให้เปี่ยมไปด้วยความรักและปรารถนาดี
ผู้หญิงคนหนึ่ง มีชีวิตครอบครัวที่แตกร้าว สามีแยกทางไปมีภรรยาใหม่ ปล่อยให้เธอดูแลลูกๆ 3คน แต่เพียงลำพัง เธอเลี้ยงดูลูกทั้งสามด้วยการถือหลักการทำตัวอย่างให้ลูกเห็น เช่น ไม่พูดโกหก มีสัจจะ อยู่ในศีลห้า และตอบสนองในสิ่งที่ลูกขอ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปอย่างที่เธอหวัง ลูกสาวคนโตดูเหมือนจะรักพ่อมากกว่า ส่วนลูกชายคนที่สองตำหนิเธอว่า เข้มแข็งเกินความเป็นหญิง ไม่มีความเป็นแม่ ขาดความอ่อนโยน อ่อนหวาน และที่สำคัญที่สุดคือ ควบคุมเขามากเกินไป...คงมีแต่ลูกสาวคนเล็กที่ดูจะติดแม่ เพราะพ่อจากไปตั้งแต่เธออายุเพียง 6ปี...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันฝันวิทยา
จากเรื่องนี้ เราจะเห็นได้ว่า แม้เราจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ก็อาจเกิดการเข้าใจผิดกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว ฉะนั้น การเข้าใจผิดจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย และพร้อมจะเกิดขึ้นเสมอในสังคมโลกปัจจุบัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ พวกเราทุกคนควรนำไปเป็นข้อคิดว่า