การทำหน้าที่ชวนบวชพระหนึ่งแสนรูป ภาคฤดูร้อน ของเหล่าอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟูเหมือนย้อนยุคพุทธกาล
การสร้างบารมีในเพศสมณะ ต้องมุ่งมั่นตั้งใจสั่งสมบุญสร้างบารมีให้เต็มที่เต็มกำลัง อย่าเผลอใจไปมัวหลงกับสิ่งเย้ายวนตามกระแสของกิเลส
แม้ร่างกายจะมีสีผิวแตกต่างกันแต่จะมีองค์พระภายในที่เหมือนๆกัน อีกทั้งจะได้รับผลจากการฝึกสมาธิที่เหมือนกัน คือ ความสุขที่แท้จริง
ในขณะที่ใจกำลังเคลิ้มๆครึ่งหลับครึ่งตื่น กระผมก็เห็นแสงสว่างเกิดขึ้นที่หัวตา แล้วแสงนั้นก็สว่างจ้าเต็มไปหมด
ไม่น่าเชื่อว่าจากคนธรรมดาสามัญ แต่เมื่อเข้าสู่การเป็นเพศนักบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระราชามหาเศรษฐี ข้าราชการทุกระดับ ตลอดจนผู้คนทั้งหลาย ต่างก็ต้องยกมือไหว้พระภิกษุ สามเณร แม้จะเพิ่งบวชได้เพียงวันเดียว
ประสบการณ์ภายในของเยาวชน 17 คน จาก 14 ประเทศ ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมร่วมกัน ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน ถึง 21 กรกฎาคม พ.ศ.2553
ชาวจังหวัดบุรีรัมย์เขาก็ได้ฮวมแฮง-ฮวมใจกัน จัดงานสัมมนา “มหัศจรรย์ตะวันจันทรา อาคาร 100 ปี” ที่ทำให้เกิดความม่วนซื่น ตื่นตัวกันไปทั่วทั้งจังหวัดกันเลยทีเดียว เพราะงานนี้มีลูกพระธัมฯ ทั้งใหม่ทั้งเก่าได้เดินทางมาร่วมงานแบบถล่มทลาย
กระผมเชื่อว่า ภายในใจของทุกคนล้วนมีรัตนะอันสว่าง ขอเพียงเรานั่งลง ทำใจหยุดนิ่งก็จะค้นพบตัวเองได้ ดังนั้น การที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมจำนวนมากที่เชียงใหม่ จึงถือได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีเมตตามาก เปรียบประดุจมารดาของทุกคน (ซึ่งคนจีนจะอุปมาบุคคลที่เคารพเหมือนมารดา) เสียสละเพื่อให้ทุกคนได้กลับสู่โลกอันบริสุทธิ์ มาฝึกจิตหยุดนิ่งให้เข้าถึงความสว่างที่แท้จริงภายใน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกเณรมีความสุขมากครับ และรู้สึกว่า ชีวิตมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เสมือนหนึ่งดินโคลน ที่เขาเอามาทุบ มาปั้น จนกลายเป็นภาชนะที่มีคุณค่า หรือเปรียบเสมือนบุคคล ผู้เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม เดินทางมาได้พบสระอโนดาตที่ใสสะอาด ได้ลงชำระล้างและดื่มกิน
ู้ประพฤติผิดศีลผิดธรรม ไม่เลี้ยงดูบิดามารดา เป็นคนอกตัญญู ดูหมิ่นผู้มีพระคุณ คนเหล่านี้แหละที่เป็นศัตรูของเรา สุนัขดำจะเคี้ยวกินผู้ที่ไม่มีจิตเมตตา ชอบรังแกเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ประกอบ สัมมาอาชีวะ ประพฤติผิดในกาม แสวงหาความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น หมกมุ่นอยู่ในอบายมุข โดยไม่ทำความดีอะไร