ถ้าหากอานิสงส์พิเศษได้บังเกิดขึ้นกับพระโพธิสัตว์ท่านใดแล้ว พระโพธิสัตว์ท่านนั้นก็จะไม่ไปบังเกิดในฐานะที่ไม่เกื้อกูลต่อการสร้างบารมี
พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนธรรมด้วยภาษาบาลี และพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ก็บันทึกด้วยภาษาบาลี ในฐานะพุทธบริษัท จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาหลักภาษาบาลี เพื่อเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ในการศึกษาคัมภีร์ต่างๆ ในพระพุทธศาสนา
“การให้” เป็นวัฒนธรรมของคนดี เป็นก้าวแรกของการสร้างบารมีไปสู่อายตนนิพพาน เราในฐานะผู้ให้ ย่อมได้รับความสุข จะเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย
ในฐานะนักเขียน บางครั้งลูกต้องต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ลูกต้องตอบโต้กับคนพาลอย่างดุเดือด การกระทำเช่นนี้ถือเป็นบุญหรือบาปอย่างไร
คุณแม่ทำกรรมมาอย่างไร ถึงได้ฉลาด ไอคิวสูง เกิดมาในครอบครัวฐานะดี แต่ชีวิตคู่กลับล้มเหลว
จัดถวาย 2,220 ทุนหลวงเพื่อการศึกษาสงฆ์ โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เตรียมจัดพิธีถวายทุนสำหรับพระสงฆ์ ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ พลอากาศเอกกำธน สินวานนท์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมสุชีพ ปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทางโครงการฯ จะจัดพิธีถวายทุนสำหรับพระสงฆ์ ประกอบด้วย 1.ทุนเล่าเรียนหลวงภายใต้การกำกับดูแลของกองบาลีสนามหลวง 81 ทุน เป็นเงิน 824,000 บาท 2.ทุนเล่าเรียนหลวงภายใต้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย จำนวน 236 ทุนเป็นเงิน 1,785,000 บาท 3.ทุนเล่าเรียนหลวงภายใต้มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย จำนวน 54 ทุน เป็นเงิน 527,000 บาท 4.ทุนเล่าเรียนหลวงภายใต้กองงานพระธรรมทูต 9 ทุน เป็นเงิน 180,000 บาท 5.ทุนพระวิปัสสนาจารย์ ระดับประกาศนียบัตรและระดับปริญญาโทสาขาวิปัสสนาภาวนาหรือเทียบเท่า ถวายผ่านคณะกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติจำนวน 1,000 ทุน เป็นเงิน 5,000,000 บาท 6.โครงการฝึกอบรมพระนักเทศน์เฉลิมพระเกียรติ แบ่งเป็นระดับวิทยากรแม่แบบ 80 ทุน และระดับพระนักเทศน์ประจำจังหวัด 760 ทุน รวม 840 ทุน เป็นเงิน 5,400,000 บาท ซึ่งกำกับดูแลโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ทั้งนี้รวมทั้งหมด 2,220 ทุน เป็นเงิน 12,916,000 บาท
ผู้ให้ของชอบใจย่อมได้ของชอบใจ ผู้ให้ของเลิศย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของดีย่อมได้ของดี ผู้ให้ของประเสริฐย่อมเข้าถึงฐานะอันประเสริฐ
เมื่อพระอานนทเถระได้รับอนุมัติจากสงฆ์แล้ว จึงออกเดินทางพร้อมพระภิกษุอีก 500รูป มุ่งหน้าไปยังวัดโฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ซึ่งเป็นที่พำนักของพระฉันนะ ครั้นพระฉันนะรู้ว่า พระอานนทเถระมาเยี่ยม จึงรีบเข้าไปหา ไหว้พระเถระด้วยความนอบน้อม เพราะรู้ว่าฐานะตำแหน่งทางโลกนั้น พระอานนท์เป็นพระอนุชา เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ส่วนตนเป็นเพียงข้าทาสคนรับใช้ จึงมีความยำเกรงพระอานนท์เป็นพิเศษ
ในพระนครปัญจาละนั่นเอง มีนักบวชหญิงคนหนึ่งเป็นบัณฑิต ฉลาดในอรรถและธรรม นามว่า พระแม่เภรี ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าจุลนีในฐานะนักบวชประจำราชสกุล อยู่มาวันหนึ่ง พระแม่เภรีเข้ามาฉันในวังตามปกติ ครั้นเสร็จภัตกิจแล้ว ก็เดินออกจากวังด้วยท่วงทีสำรวม เป็นเวลาพอดีกับที่มโหสถกำลังจะขึ้นเฝ้าพระเจ้าจุลนี
พระราชาเห็นว่า การเข้าหาสมณะผู้สงบและรับฟังธรรมะจากท่าน คงจะทำให้ใจสงบขึ้นมาได้ จึงเสด็จพระราชดำเนินไปอารามที่พระนารทเถระจำพรรษาอยู่ พระเถระได้แสดงธรรมให้พระเจ้ามุณฑะว่า "ขอถวายพระพรมหาบพิตร ในโลกนี้มีฐานะอยู่ ๕ประการ ที่สมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆในโลกไม่พึงได้ ฐานะ ๕อย่างนั้นคือ