พระอุปัชฌาย์จึงเข้าฌานสมาบัติ อธิษฐานให้แผ่นดินแยกออกจากกัน แล้วนำไฟจากอเวจีมหานรกมาเพียงเล็กน้อย แค่เท่าแสงหิ่งห้อย มาใส่ที่กองไม้นั้น เพียงชั่วพริบตา กองไม้สดนั้นก็มอดไหม้หมด เหมือนจุดไฟเผาใบไม้แห้ง ฉะนั้น
พระโพธิสัตว์จึงบอกกับน้องว่า “น้องเอ๋ย ธรรมในหมู่มนุษย์นี้ คือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุขและทุกข์ ทั้งหมดนี้เป็นของไม่เที่ยง มีแล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย” แต่ลิงน้องชาย แม้จะได้ฟังอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถลดความอิจฉาริษยา ในลาภสักการะของลิงกาฬพาหุได้ จึงพูดกับพี่ชายว่า “พี่ราธะ พี่เป็นบัณฑิต ย่อมรู้ถึงประโยชน์ แม้ที่ยังมาไม่ถึง ทำอย่างไรหนอ เราจะได้เห็นเจ้าลิงดำตัวนั้น ถูกขับไล่ออกไปจากราชสกุล”
เมื่อใจหยุดนิ่งเข้าไปถึงธรรมกายแล้ว เราจะเปรียบเทียบได้ เห็นชัดด้วยตนเองว่า กายธรรมนี้เป็นขันธวิมุตติที่หลุดพ้นจากขันธ์ห้า เป็นกายที่พ้นจากไตรลักษณ์ ออกนอกภพสาม เป็นธรรมขันธ์ คือ ทั้งก้อนกายมีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ เป็นธาตุล้วนๆ ธรรมล้วนๆ ควรยึดไว้เป็นที่พึ่งที่ระลึก
พอดำริเช่นนั้นแล้ว สุภัททปริพาชกจึงเข้าไปหาพระอานนท์ ที่ดงป่าไม้สาละของพวกมัลลกษัตริย์ เพื่อกล่าวถึงความตั้งใจของตน ที่จะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทูลถามปัญหาที่ค้างคาใจ แต่ก็ถูกพระอานนท์กล่าวห้ามถึง ๓ครั้ง เพราะท่านเกรงว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงลำบากพระวรกาย เนื่องจากพระพุทธองค์กำลังอาพาธ จึงไม่อยากให้ใครมารบกวน
รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย ผู้สัญจรไปบนแผ่นดิน ชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้นย่อมถึงความประชุมลงในรอยเท้าช้าง บัณฑิตกล่าวว่า รอยเท้าช้าง เลิศกว่ารอยเท้าสัตว์ทั้งหลาย เพราะเป็นรอยใหญ่ แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าวว่า ความไม่ประมาท เลิศกว่ากุศลธรรมทั้งหลาย
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้ ผมไม่สามารถคิดไปเองได้ หรือเพ่งจ้องเข้าไปได้ ต้องปล่อยวางให้ใจหยุดนิ่งละเอียดแล้วจะเห็นเอง...ในรอบต่อๆมา บางรอบผมเห็นเป็นดวงแก้วใสๆ หรือองค์พระใสๆหันหน้าออกจากตัวของผมก็มี มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเห็นตัวเองกำลังนั่งสมาธิอยู่ ใส่ชุดขาว รู้สึกดูดีกว่าตัวจริงของผมเสียอีก
สักครู่ ก็ได้ยินเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเทศน์ว่า “ใครที่เจ็บไข้ได้ป่วยหนัก ให้นึกขยายองค์พระให้ขับไล่โรคร้ายไข้เจ็บออกไปทุกอณูเนื้อทุกขุมขน จิตใจอย่าไปเกาะเกี่ยวอยู่กับลูกหลาน เดี๋ยวจะไปไม่ไกลเป็นจิ้งจกตุ๊กแกที่บ้าน”
"น่าอัศจรรย์จริงหนอ ฆฏิการะผู้เป็นเพียงช่างปั้นหม้อ กล้ามาดึงมวยผมเราผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพระพรหม ตามปกติเพื่อนของเราไม่เคยทำอย่างนี้ มีแต่ความปรารถนาดีต่อเรามาตลอด ไม่เคยชักชวนไปในทางที่ผิดเลย การไปพบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คงจะเป็นการดีเป็นแน่"
เนื่องจากประสบกับความทุกข์มากเจอปัญหารอบด้าน รวมทั้งความทรมานจากโรคร้าย ทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลายครั้ง แต่ไม่ตายสมใจ ...ครั้งหนึ่ง เธอได้พระอาจารย์ที่ ธุดงคสถานเขาแก้วเสด็จ เป็นกัลยาณมิตร สอนให้เธอนั่งสมาธิ ปรากฏว่า เธอเห็นดวงแก้วใหญ่ใสสว่างอยู่กลางท้อง รู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่ง ...นับตั้งแต่นั้นมา อาการป่วยของเธอหายได้อย่างอัศจรรย์ ชีวิตของเธอเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ...