สำหรับการทำประชาสัมพันธ์การสอบ World-PEC ที่เมืองเชียงตุงนี้ ก็พิเศษสุดๆ คือ ประชาสัมพันธ์ในเขตวัด ที่เป็นเช่นนี้เพราะอย่างที่บอกว่าเมืองเชียงตุงเป็นเมืองที่วัดชนวัด และชาวเมืองก็มาทำบุญที่วัดกันเป็นประจำ เรียกได้ว่าวัดเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชาวเชียงตุง ดังนั้นการติดป้ายประกาศชวนสอบ World-PEC ที่วัดจึงถือเป็นการทำประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลเป็นอย่างมาก
ส่วนตัวลูกเองนั้น ก็ปฏิบัติธรรมก้าวหน้าไปตามลำดับ จากที่แต่ก่อนเคยทดลองปฏิบัติธรรมเอง แบบแนวเคร่งครัดจนเคร่งเครียด ก็หันมาปฏิบัติแบบผ่อนคลายตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอน แม้ช่วงแรกๆจะยังมืดๆตื้อๆก็ไม่กังวล เทคนิคทำให้ใจนิ่งที่ลูกใช้ก็คือ บอกกับตัวเองว่าอย่าไปคิดอะไร ทำใจสบายๆ ตัดสิ่งนอกตัวออกให้หมด เราจะเอาบุญอย่างเดียว บุญจะได้ช่วยญาติมิตรของเราด้วย
หลายพื้นที่รายงานมาว่า น้องๆเด็กดี V-Star...น่ารักกันมากเลย ยิ่งน้องๆที่เคยผ่านการเป็น V-Star มาแล้ว และเคยมาวัดพระธรรมกายแล้ว พวกเขาน่ารักมากๆ ช่วยคุณครูและพี่ๆ V-Guide ได้มาก และ V-Guide ยังฝากข้อความมาถึงคุณครูไม่ใหญ่ว่า พอได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กๆ ที่ทำให้พ่อเลิกเหล้าได้ และจากหัวโจกกลายมาเป็นประธานนักเรียนอย่างน้องจ่อย...นายเท่มาก ยิ่งทำให้พวกเราเหล่า V-Guide และผู้ใหญ่ใจดี มีกำลังใจในการทำหน้าที่ V-Guide มากๆ
พระเดชพระคุณพระเทพกิตติมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ประธานฝ่ายสงฆ์ กล่าวว่า “การตักบาตรเป็นพุทธประเพณีที่สืบทอดกันมานาน พระภิกษุสงฆ์จะอยู่ได้ด้วยอาศัยญาติโยมตักบาตร ทำให้พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ต่อไปได้”
หลายๆคนมาถามลูกว่า “งานนี้จัดยากไหม จัดขบวนรถไฟเนี่ย” ลูกก็ขอตอบตามตรงแบบคนใต้ว่า “มันไม่ยากและก็ไม่ง่ายค่ะ” สำคัญว่าถ้าเราใจถึงหรือเปล่า แต่ที่สำคัญบุญต้องถึงด้วย เคล็ดลับของทีมงาน คือ เราต้องนึกถึงบุญ นึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึงมหาปูชนียาจารย์ ด้วยใจที่เราบอกว่าไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข เหมือนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนลูกๆเสมอว่า “ความสำเร็จอยู่ที่ใจของเรา” ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเจ้าค่ะ
ลูกคิดว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ช่างมีพระคุณกับพวกเราคณะครูและเด็กดี V-Star เหลือเกิน ที่นอกจากจะเมตตา มอบทุนฟื้นฟูศีลธรรมโลกแล้ว ยังเมตตาให้นโยบาย แนวคิด และแนวทาง เพื่อให้การทำงานฟื้นฟูศีลธรรมโลกบรรลุเป้าหมาย โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ลงมือทำให้ดูก่อน ด้วยการทำหน้าที่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่
ลูกรู้สึกเสียดาย ที่ได้รู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้ฝึกสมาธิ เอาเมื่อยามบั้นปลายของชีวิต แต่ยังนับว่าโชคดีที่ได้รู้ถึงกิจที่แท้จริงของการมาเกิด และได้รู้ก่อนที่จะต้องไปเกิด ทำให้ลูกรู้สึกไม่กลัวความตายเจ้าค่ะ ลูกอยากบอกทุกคนว่า “การฝึกนั่งสมาธิไม่ยากเลย สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีสติตลอดเวลา เอาสติข่มไว้ ถ้าคุมไม่อยู่ก็ หายหมด”
เพชรภายนอก เราจะเห็นความแวววาวของมัน เราต้องเอามาขยับให้มันกระทบกับแสง มันจึงจะมีประกายออกมาให้เห็นความสวยงาม แต่แสงเพชรแก้วภายใน ที่กระผมเห็น มันไม่ต้องมีเหลี่ยม แต่เป็นแสงในตัวที่มีความสว่างในตัวของเขาเอง แสงนั้นเป็นที่รวมของความสุข ความสว่างในตัว แค่เห็นเราก็มีความปีติใจ เป็นความสุข ที่แช่อิ่มเอิบอาบ และซึมซาบไปทุกอณูเนื้อ ทุกรูขุมขน
ใจของลูกเหมือนแช่อิ่มอยู่ในแหล่งแห่งความสุข มีความรู้สึกอบอุ่นใจ อยากให้ทุกคนได้เข้าถึงความสุขตรงนี้บ้าง ก่อนหน้านี้ว่ามีความสุขแล้ว แต่ตอนนี้กลับมีความสุขยิ่งกว่า เป็นความสุขที่ประณีตมาก มันฉ่ำๆออกมาจากข้างใน ถ้าจะเปรียบเทียบกับของที่เราเคยเจอ ที่ว่าประณีตแล้วไม่สามารถจะเทียบเท่ากับประสบการณ์ภายในนี้ได้เลย
พออ่านไป...อ่านไป...ผมก็รู้สึกว่า มันโดนตัวเองอย่างจัง คิดว่า ทำไมมันช่างเหมือนความรู้สึกของผมเสียเหลือเกิน ผมโทรศัพท์ติดต่อผู้นำบุญทันที (ชื่อ พี่อ้อย เป็นคุณแม่ของ คุณองอาจ ธรรมนิทา) และนับจากวันนั้น ประตูใจที่ถูกปิดมานานเกือบ 20ปี ก็เริ่มแง้มเปิดขึ้น ทำให้ผมยอมมาวัดครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2549 ซึ่งตรงกับช่วงธุดงค์ปีใหม่พอดี