เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรมและนำมาเผยแผ่ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในประเทศอินเดียมีเจ้าศาสดาหลายศาสนา ที่มีคำสอนว่า โลกหน้าไม่มี คือ สอนให้ไม่เชื่อเรื่องปรโลกอันเป็นที่อยู่ของชีวิตหลังความตาย พวกมิจฉาทิฏฐิเหล่านี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วประเทศ
ชีวิตในสังสารวัฏ เป็นชีวิตที่เสี่ยงภัยมาก เพราะเมื่อเราเกิดมาแล้ว หากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างความดี เราอาจจะพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล เพราะขาดกัลยาณมิตรคอยชี้แนะ หนทางแห่งการสร้างความดี เมื่อละโลกไป แรงกรรมที่เรากระทำไว้ย่อมจะส่งผลให้เรามีโอกาสไปเกิดในอบายได้มาก
ในช่วงก่อนที่มนุษย์จะหลับตาลาโลก กายมนุษย์ละเอียดจะถอดออกจากกายมนุษย์หยาบ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะเป็นการเลือกเส้นทางของชีวิตใหม่ และเป็นการสรุปความสำเร็จของการเกิดมาในชาตินี้ว่า ประสบความสำเร็จหรือไม่ เป็นศึกชิงภพครั้งยิ่งใหญ่
วิธีการเดินทางเปลี่ยนภพภูมิใหม่ เริ่มต้นที่จิตของผู้ตายเคลื่อนออกจากกายมนุษย์หยาบ จากภพที่อาศัยอยู่ เมื่อจิตหลุดจากกายหยาบก็จะปฏิสนธิเป็นกายใหม่ในภพใหม่ทันที กายใหม่ที่เป็นกายละเอียดนี้ยังคงมีธาตุ 4 อย่างละเอียดเป็นส่วนประกอบ
ทุกการกระทำของคนเราไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา ทางใจ ล้วนมีผลต่อความคิด คำพูด และการกระทำทั้งสิ้น เพราะการกระทำนั้นจะถูกเก็บบันทึกไว้ด้วยเครื่องบันทึกภาพที่ดีที่สุดในโลก มีความจุที่ไม่มีประมาณ คือ ใจของเรานั่นเอง
คำถาม : คนที่ไม่ค่อยจะยอมทำความดี มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ตายแล้วจะไปไหน
คำถามข้อที่ 1. คุณพ่อของลูกตายแล้วไปไหน ท่านมีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร และท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงลูกและครอบครัวบ้างไหมคะ
คำถามข้อที่ 1. น้องชายของลูกตายแล้วไปไหน เขามีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร และเขามีข้อความอะไรฝากมาถึงคนในครอบครัวบ้างไหมครับ
คำถามข้อที่ 1.โยมพ่อของลูกตายแล้วไปไหน ท่านมีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร และท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงตัวลูกและทุกๆ คนในครอบครัวบ้างไหมครับ
คำถามข้อที่ 1.คุณพ่อของลูกตายแล้วไปไหน ท่านมีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร และท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงลูกและครอบครัวบ้างไหมคะ