หลักฐานสำคัญที่ใช้ในการเปิดโปงมัดตัวเสนาบดีฉ้อฉลผู้คิดไม่ซื่อนั้นก็คือ บรรพบุรุษของเสนาบดีผู้นั้น ล้วนเป็นคนของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ ที่ถูกส่งตัวมาเพื่อทำงานลับเฉพาะกิจทั้งสิ้น
ในพุทธันดรที่ผ่านมา ท่านมหาเสนาบดีได้เกิดอยู่ในตระกูลของข้าราชการระดับสูง หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เมื่อท่านเติบใหญ่ขึ้นก็ได้ไปศึกษาวิชาทหารประจำแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช
สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการอบรมจริยธรรมของเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน ที่วัดพระธรรมกาย โดยพบว่าไม่มีนัยยะทางการเมือง
ด้วยความที่ท่านมหาเสนาบดีมีผลการเรียนอยู่ในระดับต้นจึงทำให้ตัวท่านได้รับการคัดเลือกให้ไปอยู่ในหลักสูตรการฝึกทหารชุดพิเศษ ซึ่งทหารหน่วยนี้จะถูกฝึกและหล่อหลอมเพื่อในอนาคตจะได้ขึ้นเป็นระดับหัวหน้าของทหารหน่วยต่างๆ ในกองทัพ
ภายหลังจากท่านมหาเสนาบดีได้สำเร็จการศึกษาวิชาทหารแล้วท่านก็ได้รับคำสั่งด่วนพิเศษให้ไปประจำการอยู่ในหน่วยทหารที่หัวเมืองแห่งหนึ่งในทันทีส่วนว่าจะไปที่ไหนนั้น ติดตามได้ในตอนนี้
เทวดายังมีชั้น จึงไม่แปลกที่มนุษย์มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ต้องไปแก้ที่เทวดาก่อน ถ้าแก้เทวดาไม่ตก มนุษย์ก็ยังมีชนชั้น ที่เทวดามีชั้นเพราะมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปไม่เท่ากัน
การใส่บาตร ถ้ามีความคิดว่าใส่ให้กับพระองค์ไหนก็เหมือนกัน เพราะถือว่าผ้าเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ความคิดนี้ผิดถูกอย่างไร
จากชีวิตที่เสเพล เกลือกลั้วอบายมุข ผิดศีลทุกข้อ มาสู่ชีวิตสมณะ ชีวิตอันประเสริฐในวัฏสงสาร บวชอย่างน้อยหนึ่งพรรษาให้อะไรมากกว่าที่คิด
คนที่โกงเขามาทำบุญ แม้ว่าเจตนาอยากได้บุญ เวลากรรมส่งผล ได้อะไรมาก็ขาดๆ วิ่นๆ ใช้ได้ประเดี๋ยวประด๋าว ก็ถูกเขาชิงไปเสียแล้ว มันเป็นบุญปนบาป ไม่อาจหักล้างกันได้
มโหสถระดมคนงานราว ๖,๐๐๐คน ให้ช่วยกันขุดกรวดทรายและดิน ขนออกมาด้วยกระทงหนังขนาดใหญ่ แล้วเทลงในแม่น้ำจนน้ำขุ่นคลัก แม่น้ำนั้นก็ไหลผ่านไปถึงปัญจาละนคร ชาวเมืองต่างได้รับความเดือดร้อน ก็พากันบ่นอุบว่า “โธ่เอ๋ย ไม่น่าเลย ตั้งแต่มโหสถมานี่ ยังไม่ทันไร ก็สร้างความลำบากให้พวกเราเสียแล้ว น้ำขุ่นคลักอย่างนี้ พวกเราจะไปหาน้ำใสๆ ดื่มกินกันได้ที่ไหน”