นับจากวันเข้าพรรษามา 50 วันแล้ว ก็เหลืออีก 40 วัน ตอนต้นพรรษาเราได้ตั้งใจเอาไว้ว่า ให้พรรษานี้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรม คำเต็มคือบรรลุพระธรรมกาย ซึ่งมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก จะรู้หรือไม่รู้ จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ล้วนมีพระธรรมกายภายในทั้งสิ้น ซึ่งหน้าตาเหมือนกันหมด ลักษณะก็เหมือนกัน เป็นกายตรัสรู้ธรรม เป็นพระรัตนตรัยภายใน เป็นกายผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เป็นที่พึ่งที่ระลึกของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ของมวลมนุษยชาติทั้งปวงพรรษานี้ทุกคนก็จะต้องตั้งใจปฏิบัติให้พบพระให้ได้
ในพุทธันดรที่ผ่านมา ลูกอุบาสิกาวาสนาได้เกิดเป็น “กุลธิดาสาวแสนสวยผู้มีจิตใจงดงาม” อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลางอาศัยอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง มีอาชีพค้าขายผลิตผลทางการเกษตร
เทวลดาบสได้ประกาศถึงพระคุณอันหาประมาณมิได้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “พระองค์เป็นผู้เลิศที่สุดในโลก พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้มีพระจักษุ มียศใหญ่ ท่านทั้งหลายได้พบแล้วในบทมนต์ของเรามิใช่หรือ เรานมัสการพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด มียศใหญ่เหล่านั้น”
มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุข ความอบอุ่นใจ และความปลอดภัยในชีวิต ทุกคนพยายามเสาะแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง แต่หลายชีวิตไม่อาจรู้ว่า
แต่หลังจากบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนแล้ว ครอบครัวของลูกจึงแปรเปลี่ยนจากครอบครัวขุมห้า เป็นครอบครัวสวรรค์ในทันที
หากว่าปราชญ์พึงเห็นแก่สุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย เมื่อผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์แล้ว ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย
ผู้ใดมีความเชื่อในตถาคต ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว มีศีลอันงามที่พระอริยะสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่า ไม่เป็นคนขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะเหตุนั้น ผู้มีปัญญาเมื่อนึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบศรัทธา ศีล ปสาทะ และความเห็นธรรมเนืองๆ เถิด
จนมาถึงในสมัยพุทธกาลนี้ ท่านเกิดในตระกูลเศรษฐี มีชื่อว่า โชติกะ ในวันที่ท่านเกิด สรรพาวุธทั่วทั้งเมืองเกิดแสงสว่างโชติช่วง ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวไปหมด เมื่อถึงวัยที่จะครองเรือน พระอินทร์ได้เสด็จมาจากเทวโลก เนรมิตปราสาท ๗ชั้น ที่ทำด้วยรัตนะทั้ง๗ มีกำแพง ๗ชั้น แวดล้อมปราสาทอย่างประณีตสวยงาม
วันนี้ V-Star โรงเรียนสนิทวิทยา สร้างวีรกรรมใหม่ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เมื่อ ผอ.นวลเนตร กวยาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสนิทวิทยา ผอ.สว่าง ที่จุดประกายความสว่างให้กับเด็กทุกคนในโรงเรียน ด้วยการเริ่มต้นกิจกรรมถวายกระเช้าผลไม้พระ จัดทำเป็นโครงการผ้าป่าผลไม้ โดยเริ่มต้นที่เด็กๆอนุบาล
พระราชาทอดพระเนตรผมหงอกของตน ทรงสลดพระทัยในความเสื่อมของสังขารร่างกาย จึงตัดสินพระทัยออกผนวชเพื่อแสวงหาโมกขธรรม ทรงพระราชทานรางวัลให้ช่างกัลบก และประทานโอวาทแก่พระโอรสว่า "ลูกรัก ผมหงอกเส้นนี้ เสมือนเทวทูตมายืนอยู่ตรงหน้าของพ่อ พ่อได้รับความสุข จากสิริราชสมบัติมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องออกแสวงหาความสุขภายในอันเป็นอมตะ