การทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา เป็นพื้นฐานแห่งความสุขที่แท้จริง ทานที่ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เรือที่แล่นออกสู่ทะเลมหาสมุทร เมื่อมีมรสุมต้องรีบหามุมหลบก่อน ครั้นมรสุมสงบ จึงแล่นเรือต่อไป พวกเราก็เช่นเดียวกัน หากชีวิตกำลัง
กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ พึงศึกษาบุญอันสูงสุดต่อไป ซึ่งมีสุขเป็นกำไร คือ พึงเจริญทาน ๑ มีความประพฤติสงบ ๑ เมตตาจิต ๑ บัณฑิตครั้นเจริญธรรม ๓ ประการอันเป็นเหตุเกิดแห่งความสุขเหล่านี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกสวรรค์ อันไม่มีความเบียดเบียน อยู่เป็นสุข
บุคคลผู้มีปัญญา ถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ ส่วนบุคคลผู้ไม่มีปัญญา ถึงจะมีทรัพย์ แต่ก็ไม่อาจเป็นอยู่ได้ ปัญญาเป็นเครื่องตัดสินสิ่งที่ตนได้ฟังมา เป็นเครื่องเจริญชื่อเสียงและความสรรเสริญ นรชนในโลกนี้ ผู้ประกอบด้วยปัญญา แม้ในเวลาที่ตนตกทุกข์ ก็ย่อมได้รับความสุข
เรื่องราวของนักสร้างบารมีผู้หนึ่ง...เธอเคยประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ จนทำให้สามารถมีเงินเก็บถึง 12 ล้านบาท...เธอเป็นคนรักบุญ ไม่เคยปฏิเสธบุญ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อยู่มาวันหนึ่ง ได้มีคนมาชวนให้เธอไปเล่นการพนันชนิดหนึ่ง ด้วยวิบากกรรมเก่าตามมาทัน ทำให้เธอต้องสูญเสียเงินทั้งหมดที่ได้เก็บออมมา เพียงข้ามคืน เธอต้องกลายเป็นแม่ค้าขายของเล็กๆน้อยๆ และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร...ต่อมา เธอได้จากบ้านมาอยู่วัด เป็นสมาชิกในโครงการ “เจ้าหน้าที่รักวัด” บอกบุญจนได้รับ เหรียญกล้าหาญหลานยาย
ท่านพระทัพพมัลลบุตร ถึงแม้ว่าจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ เสร็จกิจของการประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ท่านยังมีความเสียสละ รับเป็นธุระในกิจการงาน ของสงฆ์ เป็นการกระทำที่น่ายกย่อง และเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมี
เพราะลูกก็นอนนับองค์พระ โดยนึกว่าฝนตกหนึ่งแปะ ก็คือ องค์พระหนึ่งองค์ ตกลงมาที่ศูนย์กลางกาย ซึ่งลูกก็นับเพลินจนหลับไป จึงเป็นเหตุให้วันที่สาม ลูกตื่นขึ้นอย่างสดชื่น ก่อนระฆังปลุกเล็กน้อย พร้อมกับการนึกถึงองค์พระได้ชัด ทำให้ตลอดทั้งวัน มีความรู้สึกชุ่มเย็น เหมือนองค์พระอยู่กับเราตลอดเวลา
ครั้นให้ทานโดยเคารพแล้ว ผลนั้นจะอำนวยให้ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมากและเป็นผู้มีบุตร ภรรยา ทาส คนรับใช้หรือคนงาน เป็นผู้เชื่อฟัง เงี่ยโสตลงสดับรับคำสั่ง ตั้งใจใคร่รู้ ภรรยาสามีไม่นอกใจซึ่งกันและกัน ข้าทาสบริวารก็ไม่คดโกง ตั้งใจดูแลทรัพย์สมบัติของเจ้านาย เหมือนเป็นของของตนเอง
ถ้าภิกษุผู้อยู่ใกล้บ้าน เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ไม่ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ ก็ต้องถูกตำหนิเหมือนกัน ส่วนภิกษุใดแม้จะพำนักอยู่ที่วัดใกล้บ้าน ไม่ได้เป็นผู้บิณฑบาตเป็นวัตร ไม่ได้สมาทานธุดงควัตร ไม่ได้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร แต่เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน สำรวมอินทรีย์ มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ ก็สมควรได้รับการสรรเสริญ ภิกษุรูปนั้นเป็นทักขิไณยบุคคลอันเยี่ยม