วันนั้น เป็นการนั่งระหว่างรอยต่อปี พ.ศ.2550 กับปี พ.ศ. 2551 ลูกนั่งได้อารมณ์สบายเป็นครั้งแรก ในขณะที่พระอาจารย์กำลังนำอธิษฐานจิต ลูกก็เห็นดวงกลมๆผุดขึ้นมา ขนาดเท่าพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า ลูกเกิดวิจิกิจฉา สงสัยว่าตัวเราจะคิดไปเอง ก็ลองหรี่ตาดู แต่ดวงก็ยังอยู่ให้ชื่นชมสักครู่จึงหายไป ลูกถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา คราวนี้ไม่ใช่เพราะหาวนอน แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ
ลูกพระธัมฯภาคตะวันออก ที่ตอนนี้ได้สวมหัวใจแผ่นทองกันแบบยกภาค โดยถึงกับตั้งเป้าไว้ว่าจะจัดสัมมนาชวนคนทำบุญกฐินคุณยาย ให้ครบทุกจังหวัดทั่วทั้งภาคตะวันออก
ไม่น่าเชื่อเลยว่า จากชีวิตคนจนคนหนึ่ง ที่จะหยิบจะจับอะไรก็เจ๊ง ต้องทนทุกข์ลำบากมาแสนสาหัส ไม่มีที่พึ่ง ชีวิตมีแต่ความมืดมิดมาโดยตลอด กลายเป็นคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมได้ในปัจจุบันนี้ เป็นเพราะบุญคำเดียวเท่านั้น และด้วยความเมตตาของคุณยายอาจารย์ฯ จึงนำพาให้ลูกได้มาพบหนทางสว่าง เพราะฉะนั้นกฐินคุณยายฯ ปีนี้ลูกตั้งใจจะทำแบบเต็มที่
พระเถระได้อนุโมทนาในกุศลจิตของพระกุมาร แต่เมื่อตรวจดูอายุสังขารของพระกุมารแล้ว ได้บอกว่า พระกุมารจะมีชีวิตอยู่เพียง ๕เดือนเท่านั้น แม้ได้ทราบความนั้น พระราชกุมารก็ไม่ท้อใจ เพราะเข้าใจดีว่า คงเป็นกรรมในอดีตตามมาส่งผล ก็ไม่ได้หวาดหวั่นพรั่นพรึงอะไร จึงถามพระเถระถึงวิธีการที่จะหลุดพ้นจากความตาย
รวมอัตชีวประวัติ และคำสอนล้ำค่าของ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
พิธีตอกเสาเข็ม "ต้นมหาสมบัติ จักรพรรดิ สร้างอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ ฯ วันครูวิชชาธรรมกาย วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552 "
ดิฉันชื่อ คริสติน่า ครู๊ส-แมด-ดริด (Cristina Cruz Madrid) ชาวอเมริกันค่ะ นับเป็นความโชคดีของดิฉันที่ได้พบกับหมู่คณะวัดพระธรรมกายที่วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ในขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเมืองอะซูซ่า
เมื่อใจหยุดนิ่งเข้าไปถึงธรรมกายแล้ว เราจะเปรียบเทียบได้ เห็นชัดด้วยตนเองว่า กายธรรมนี้เป็นขันธวิมุตติที่หลุดพ้นจากขันธ์ห้า เป็นกายที่พ้นจากไตรลักษณ์ ออกนอกภพสาม เป็นธรรมขันธ์ คือ ทั้งก้อนกายมีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ เป็นธาตุล้วนๆ ธรรมล้วนๆ ควรยึดไว้เป็นที่พึ่งที่ระลึก
ด้วยจิตที่จะอนุเคราะห์พระราชา พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงถวายพระพรว่า "ธรรมดานักโทษย่อมไม่ยินดีในเรือนจำ มีแต่ดิ้นรนแสวงหาหนทางออกจากเรือนจำนั้นอย่างเดียว ขอพระองค์จงเป็นเช่นนั้นเถิด จงเห็นภพทั้งหมดเหมือนเรือนจำเถิด โลกนี้ถูกความมืด คือ อวิชชา ห่อหุ้มไว้ ตราบใดที่สัตวโลกยังไม่ได้รับแสงสว่างจากพระสัทธรรม เปรียบเสมือนตกอยู่ในคุกมืด..."
โสณกะได้ยินเสียงดนตรี ก็รู้เหตุการณ์โดยตลอด จึงรีบหลบเข้าไปในที่กำบัง ปุโรหิตได้ให้เจ้าพนักงานประโคมดนตรี เพื่อเฉลิมฉลองพระราชาองค์ใหม่ และกราบทูลถวายพระราชสมบัติ พร้อมทั้งอภิเษกพระโพธิสัตว์ให้เป็นพระราชา ณ ที่อุทยานนั้นเอง เมื่อเสด็จเข้าสู่พระราชวังพร้อมด้วยอิสริยยศอันยิ่งใหญ่ ทรงลืมโสณกะผู้เป็นพระสหายอย่างสนิท