ผม ดร.เค หรือ ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ อดีตเด็กสลัม ผู้สร้างตำนานกาแฟเนเจอร์กิฟ กาแฟบำรุงสุขภาพอันดับ 1 ครับ ..ว่าไปแล้ว...อดีตชีวิตของผมใครๆ ก็รู้ครับว่า.. ยากจน
ผมเรียนรู้การเป็นเถ้าแก่ตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก เพราะตอนผมอายุ 15 ปี ผมก็ต้องเปิดแผงลอยขายของเล่นตามตลาดนัดด้วยตัวเอง ซึ่งผมบริหารงานเองทั้งหมด ตั้งแต่ไปหาซื้อของที่สำเพ็ง หาที่ตั้งแผงลอย คือ ทำเองทุกอย่าง และพอขายได้ก็เอามาทำบุญตั้งแต่ 1 บาท 20 บาท ถึง 100 บาทครับ แต่หลังจากคุณพ่อเสียแล้ว ผมก็ต้องหางานที่มีรายได้เพิ่มขึ้น คือ หลังเลิกเรียน..ก็มาทำงานติดต่อลูกค้าให้กับบริษัทฝึกอบรมสัมมนาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานด้านการตลาด ซึ่งช่วงนั้นผมอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น
หลวงพ่อคะ ก่อนหน้านี้ลูกมีชีวิตลำบากมากค่ะ เพราะเป็นเกษตรกรทำนาแห้ว เมื่อปลูกเสร็จก็ต้องแบกแห้วหนักๆ ขึ้นรถกระบะจากสุพรรณบุรีไปเปิดท้ายรถขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งใหม่ๆ ไม่มีใครมาซื้อหรอกค่ะ เรียกได้ว่า ทุนหายกำไรหด แถมยังอดหลับอดนอน เพราะต้องนั่งขายนอนขายอยู่คนเดียวตลอด 24 ชม.
หลวงพ่อคะ ตั้งแต่เด็ก..ชีวิตของลูกไม่มีทางเลือกอะไรเลยค่ะ เหมือนเป็นชีวิตที่ถูกจับโยนเข้าไปสู่ภาวะอันเลวร้ายตลอดเวลา เมื่อคุณแม่ฆ่าตัวตาย ลูกจึงกำพร้าแม่ตั้งแต่เล็ก และคุณพ่อก็เป็นเพียงข้าราชการเงินเดือนน้อย ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อเลี้ยงทุกชีวิตที่เหลืออยู่ บางวันลูกไม่มีเงินค่ารถ หลังเลิกเรียนก็ต้องเดินกลับบ้าน
การทำเงินเเบบ "จับเสือมือเปล่า" เป็นอย่างไร? จับเสื้อมือเปล่าเเตกต่างกับเสือนอนกินอย่างไร? การจับเสือมือเปล่าต้องทำอย่างไร? โภคะเกิดแก่ผู้มีบุญ สิริชาดก
หลวงพ่อครับ ผมเรียนจบด้านวิศวะก่อสร้าง สมัยที่ทำงานแรกๆผมก็มีฝันว่าสักวัน “เราจะต้องเป็นเจ้าของกิจการให้ได้” แม้ตอนนั้นผมจะยังเป็นแค่ลูกน้องเขาก็ตาม ผมจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ครับ
ในช่วงที่ผมหันมาเข้าวัดพระธรรมกายอย่างจริงจัง และได้เข้าใจในเรื่องบุญอย่างลึกซึ้งแล้ว ผมก็มานั่งประมวลผลความคิดจนเกิดวิชั่นแบบเหนือระดับว่า..บุญที่ทำแล้วได้บุญมาก ก็คือ บุญจากการเป็นประธานกฐิน เพราะ 1 ปีมีครั้งเดียว อีกทั้งยังเป็นบุญที่ให้อานิสงส์มาก แบบจัดหนัก
สภาพลูกในตอนนั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มคนมีฐานะนะคะ แต่ฐานะที่ว่า ก็คือ ฐานะยากจน เพราะที่บ้านขายอาหารตามสั่ง มีรายได้ในระดับชักหน้าไม่ถึงหลัง จนไม่มีเงินเก็บกันเลย ด้วยเหตุนี้เอง พอลูกเรียนจบจึงต้องตะลอนๆไปสมัครเป็นสาวโรงงาน ในตำแหน่งฝ่ายบุคคล ซึ่งยอมรับว่างานหนักมากจนไม่มีเวลามาวัดเลยค่ะ และถ้าจะขอลามาวัด ก็ต้องโดนเม้าท์จากเพื่อนร่วมงานและโดนหัวหน้าว่าอีก
ในอดีตผมไม่ชอบวัด เพราะดูแต่สื่อสีดำที่ยิ่งดูยิ่งช้ำระกำใจ อีกทั้งสื่อนี้..ก็ให้ข้อมูลลบเกี่ยวกับวัดมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้พอ คุณนุ้ย มาชวนเข้าวัด ผมจึงยอมไปวัดแบบไม่เต็มใจ แถมเมาเหล้าเข้าวัดหลายครั้ง แต่พอมาวัดบ่อยเข้า ก็เลยเข้าใจธรรมะ เข้าใจบุญ และเห็นด้วยตัวเองว่าวัดไม่เหมือนข่าวที่เขาว่าไว้เลย