ตอนนั้น กระผมรู้สึกสบายๆ มีความสุขมากจนน้ำตาจะไหล มันเป็นบรมสุขจริงๆ
ส่วนผู้บวชก็น้ำตาไหลแล้วไหลอีก ร้องไห้ติดๆกันมา 4-วันแล้ว ตั้งแต่วันตัดปอยผม
แล้วเหตุการณ์สำคัญในชีวิตนางภิกษุณีผู้เป็นมารดาก็เกิดขึ้น คือ นับตั้งแต่พระกุมารได้แยกจากนางไปถึง 12ปีนั้น นางได้แต่ร้องไห้ด้วยความคิดถึงบุตร มีความทุกข์เพราะความพลัดพราก ใบหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังเดินบิณฑบาตอยู่นั้น ได้เห็นพระกุมารกัสสปะในระหว่างทางจึงดีใจร้องเรียกลูก แล้ววิ่งเข้าไปหาแต่ได้เซล้มลง
วันนั้น เป็นการนั่งระหว่างรอยต่อปี พ.ศ.2550 กับปี พ.ศ. 2551 ลูกนั่งได้อารมณ์สบายเป็นครั้งแรก ในขณะที่พระอาจารย์กำลังนำอธิษฐานจิต ลูกก็เห็นดวงกลมๆผุดขึ้นมา ขนาดเท่าพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า ลูกเกิดวิจิกิจฉา สงสัยว่าตัวเราจะคิดไปเอง ก็ลองหรี่ตาดู แต่ดวงก็ยังอยู่ให้ชื่นชมสักครู่จึงหายไป ลูกถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา คราวนี้ไม่ใช่เพราะหาวนอน แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ
“คุณสมบัติ.. ไปบอกคุณเชื่อมเถิดนะว่า ตาแป๊ะน่ะ ตกน้ำตายเอง ไม่มีใครฆ่าหรอก เพราะยายไปถามตาแป๊ะมาแล้ว เชื่อยายเถอะ”
การมาบวชพร้อมกันทั้งสามคนในครอบครัว ทำให้ กัลฯ เพ็ญพรรณ ภรรยาของกัล ฯ อำนวย ถึงกับหลั่งน้ำตาทุกวัน เพราะมีความปลื้มปีติ ที่สามี ลูกชายและหลานชายจะได้บวชพร้อมหน้าพร้อมตากัน และยังได้ชักชวนลูกชายของคนช่วยงานที่บ้านมาบวชด้วยอีกคน
ชีวิตทั้งชีวิตของกระผมตอนนี้ เป็นไปเพื่อวัดพระธรรมกาย และเพื่อข้อความแห่งสันติภาพที่ผ่านออกมาจากสันติสุขภายใน เมื่อกระผมได้มีโอกาสเห็น ชาวพุทธ คริสต์ ยิว อิสลาม พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาว ต่างมานั่งสมาธิเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มันทำให้น้ำตาแห่งความสุขของกระผมเอ่อล้นออกมา ความใฝ่ฝันของพวกเราเกี่ยวกับสันติภาพโลกได้กลายเป็นจริงแล้ว
ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดลพบุรีในตอนนี้ บางหมู่บ้านน้ำจะยังคงท่วมถึงระดับหัวเข่า แต่พอรู้ว่าวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2551 จะมีบุญใหญ่ที่วัดพระธรรมกาย ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นท่วมท้นใจ เป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่จะได้ทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ ทุกคนในหมู่บ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ขอพลาดงานบุญครั้งนี้อย่างแน่นอน จะขอเตรียมตัวกันเนิ่นๆ ตั้งแต่วันนี้เลย”
บางวิชาที่กระผมเรียน กระผมรู้สึกซาบซึ้งมากจนกระทั่งน้ำตาไหลออกมา อย่างเช่น วิชาศาสตร์แห่งการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กระผมได้เห็นความวิริยะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการสร้างบารมีในหลายๆชาติ ที่ต้องใช้ความอดทนมากๆ เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในการสละชีวิตให้เป็นทาน เพื่อมุ่งสู่สัพพัญญุตญาณ และสร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
เมื่อถึงเวลาสว่าง สีเหลืองทองของผ้ากาวพัสตร์ของพระภิกษุสงฆ์นับหมื่น ที่แปรแถวรับบิณฑบาต ช่างงดงามเป็นดั่งถนนทองคำอย่างแท้จริง เมื่อเพลง “ชีวิตสมณะ ภาษาจีน” ดังขึ้น ชาวจีนและชาวไทยต่างน้ำตาไหล ด้วยความปลื้มปีติ นำภัตตาหารใส่บาตรทั้งน้ำตา มีเจ้าของธุรกิจในย่านนั้นบอกว่า ตั้งแต่อยู่เยาวราชมาห้าสิบกว่าปี ไม่เคยทำบุญอะไรปลื้มเท่าวันนี้