คำว่าปลื้มเป็นคำทั่วไปที่เราใช้กันคุ้นเคยแต่ศัพท์ในพระพุทธศาสนาที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่าปลื้มก็คงเป็นคำว่า “ปีติ” (ไม่ใช่ปิติ) ปีติมี ๕ ประการ
วันมาฆบูชา วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2559 ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
คำถาม : ทำบุญอย่างไรถึงจะรวยในชาตินี้ครับ ที่ผ่านๆ มาผมคิดว่าทำบุญแล้วบุญจะส่งผลในชาติหน้ามากกว่าถูกหรือเปล่าครับ
เสียทรัพย์เสียไป ศีลอย่าให้เสีย ต้องรักษาไว้ ศีลเป็นสิ่งสร้างทรัพย์ เจ้าทรัพย์เสีย ถ้าว่ามี ศีลละก็ ได้ชื่อว่าเป็นคนดี
มนุษย์แทบทุกคนจะรู้สึกว่า “รักตัวเอง” แต่กลับไม่ยอมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองจริง ๆ เช่น รู้ว่า..การนั่งสมาธิเป็นสิ่งดี แต่ก็นั่งน้อย หรือผัดวันเวลาไปเรื่อย ๆ โดยมีเหตุผลอันสวยงามว่าติดนั่นติดนี่ หรือรอให้พร้อมกว่านี้ก่อน....
วัดพระธรรมกายจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดปฏิบัติธรรมให้กับชาวท้องถิ่น
มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมาก็จำเรื่องในชาติก่อนไม่ได้ จึงไม่รู่ว่าเราเคยไปทำบาปอะไรไว้บ้าง จะรับผลบาปเป็นความทุกข์เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่เราไม่ต้องกังวลไปเราะแม้อดีตที่ผิดพลาดแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันเราสามารถสั่งสมบุญเพื่อให้บาปเจือลงได้ด้วยการทำงาน รักษาศีล และเจริญภาวนา
คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าล้วนเกี่ยวกับกายที่ยาววาหนาคืบกว้างศอกของเรานี้เอง หากเราต้องการรู้จักตัวเราเอง ต้องมาศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ว่าท่านทรงสอนให้เรารู้จักตนเองอย่างไร และควรทำอย่างไรต่อไป ถึงจะเป็นการรักตัวเองอย่างแท้จริง
ข้อคิดจากคำว่ารักในวันวาเลนไทน์นี้ หลากหลายมุมมองความรัก มีความสุขได้ ทุกข์ได้เพราะความรัก แล้วทำไมมนุษย์จึงต้องมีรัก รักแท้ พรหมลิขิต เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ความรักที่มีแต่ความสุขนั้นเป็นอย่างไร
หากเราเข้าถึงธรรมก่อนตาย เข้าถึงดวงธรรมหรือองค์พระ เมื่อถึงวันหมดอายุขัย เราจะไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัยอย่างบางคนทำบาปไว้มาก นอกจากจะทรมานจากการเจ็บป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ยังเห็นภาพกรรมนิมิตไม่ดีที่เคยทำไว้ในอดีตมากมาย จึงหวาดหวั่นต่อมรณภัย เนื่องจากไม่รู้ว่าหลังตายแล้วจะไปไหน