นรชนผู้มีอันจะต้องตายเป็นสภาพ ระลึกถึงความดีที่ตนได้ทำแล้วนี้ ย่อมตั้งอยู่ในอริยธรรมในปัจจุบันนี้เอง บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญนรชนนั้น นรชนนั้นละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์
สุขในโลกนี้และโลกหน้าจะมีแก่คนทำบุญไว้เท่านั้น ผู้มีความประสงค์อยู่ร่วมกับทวยเทพทั้งหลาย ควรกระทำกุศลกรรมให้มากไว้ เพราะผู้ที่มีบุญอันทำไว้ดีแล้ว ย่อมพรั่งพร้อมด้วยโภคสมบัติ และย่อมบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์
ความสุขในโลกนี้และในปรโลก ย่อมไม่มีแก่เหล่าชนผู้ไม่ทำบุญ ความสุขในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมมีเฉพาะแก่เหล่าชนผู้ทำบุญไว้ ผู้ปรารถนาความเป็นสหายแห่งเทวดาชาวไตรทศเทพเหล่านั้น พึงทำบุญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่า ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์เพียบพร้อมไปด้วยโภคสมบัติ
ดิฉันไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัย นอนบนเตียงของคนตาย ที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า ดิฉันเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ บันเทิงอยู่ เพราะทานของท่านพระสารีบุตร ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันมาครั้งนี้เพื่อจะไหว้ท่านพระสารีบุตรผู้เป็นนักปราชญ์
บุญอันเลิศ ย่อมเจริญแก่ชนทั้งหลายผู้เลื่อมใสแล้ว ในบุคคลผู้เลิศ อายุ วรรณะ ยศ เกียรติ ความสุข และกำลังอันเลิศ ก็ย่อมเจริญ ผู้มีปัญญาให้วัตถุอันเลิศ ตั้งมั่นแล้วในธรรมอันเลิศ เมื่อเป็นเทวดาก็ตาม มนุษย์ก็ตาม ก็จะถึงความเป็นเลิศ บันเทิงใจในที่ทุกสถาน นี่เป็นขุมทรัพย์ที่อำนวยสมบัติทุกอย่างแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
รถอันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง จักปรากฏแก่ท่านผู้นั้น ผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม ในเวลาใกล้จะละโลก ผู้นั้นจักไปสู่เทวโลกด้วยยานนั้น เทวดาทั้งหลายจักพลอยบันเทิง ในเมื่อผู้นี้ไปถึงภพอันดี วิมานอันควรค่ามาก เป็นวิมานประเสริฐ ฉาบทาด้วยเครื่องทาอันสำเร็จด้วยรัตนะ
ดวงจันทร์ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศย่อมสว่างกว่าหมู่ดาวทั้งปวงในโลกด้วยรัศมี ฉันใด บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีศรัทธา ย่อมไพโรจน์กว่าผู้ตระหนี่ทั้งปวงในโลกด้วยจาคะ ฉะนั้น เมฆที่ลอยไปตามอากาศ มีสายฟ้าปลาบแปลบ มีช่อตั้งร้อย ตกรดแผ่นดินทำให้เต็มที่ดอนและที่ลุ่ม ฉันใด สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์ด้วยญาณทัสสนะ เป็นบัณฑิตก็ฉันนั้น ย่อมข่มผู้ตระหนี่ได้ด้วยฐานะ ๕ ประการคือ อายุ วรรณะ สุข ยศ และอธิปไตย ย่อมบันเทิงใจในสุคติโลกสวรรค์
เราได้ทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ จึงสร่างโศก หมดโรค หมดภัย สุขกาย สบายใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่เป็นนิตย์
เราถวายอภิวาทพระสัมพุทธเจ้า นิมนต์พระองค์ผู้เป็นมหามุนีให้เสวยภัตตาหาร พระมุนีผู้ประกอบด้วยมหากรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่เราในกาลนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาพระองค์นั้น ทำความแช่มชื่นเบิกบานแล้ว ได้บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดหนึ่งกัป ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร
ผู้มีจิตเลื่อมใส เมื่อได้ถวายทานในหมู่แห่งภิกษุผู้ปฏิบัติตรง ย่อมได้ผลอันไพบูลย์ ผู้นั้นแล ย่อมไปสู่สวรรค์ บันเทิงอยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ เสวยผลบุญอันไพบูลย์ เพราะเหตุนั้นแล มนุษย์ผู้ต้องการความสุข ปรารถนาความสุขอันเป็นทิพย์ หรือปรารถนามนุษย์สมบัติอันเลิศ ควรถวายทานเป็นนิตย์ทีเดียว