ศีล 5 เป็นกฎธรรมชาติ เป็นนิสัยที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติทุกคน ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ หรือศาสนาใดก็ตาม หากเป็นมนุษย์แล้วจะต้องปฏิบัติทุกคน หากไม่ปฏิบัติแล้ว จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนต่อตนเองและสังคมโดยส่วนรวม
คุณพ่อของน้องจุฑารัตน์รับราชการทหาร ชื่อ สิบเอกเสกสรร กลุ่มจอหอ อายุ 43ปี สังกัดมณฑลทหารบกที่23 ค่ายศรีพัชรินทร์ เป็นข้าราชการทหารตัวอย่าง กลางวันทำงานประจำ หลังเลิกงานก็ขายขนมหารายได้เสริม กลางคืนก็นั่งดู DMC พร้อมหน้าทั้งพ่อ-แม่-ลูก ท่าน ผบ.บ้าน คือ คุณยุคลธร กลุ่มจอหอ เมื่อทราบว่าคุณพ่อบ้านมีกุศลจิตอยากบวชก็อนุมัติและอนุโมทนาบุญด้วย พร้อมทั้งกล่าวสนับสนุนว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิต พ่อควรเข้าไปสัมผัสธรรมะด้วยตัวเอง ให้ไปวัดใจตัวเอง”
คุณครูไม่ใหญ่ คือ ดวงตะวันที่ให้แสงสว่าง ขจัดความมืดบอดไปจากใจของปวงชน ผมเองก็คือคนหนึ่งที่พบหนทางสว่างจากคุณครูไม่ใหญ่ จากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องชีวิตในโลกหน้า นรก-สวรรค์ มีอบายเป็นที่ไป แต่บัดนี้ผมมีสุคติเป็นที่ไป มีนิพพานเป็นเป้าหมาย ที่สุดแห่งธรรมเป็นปลายทาง ก็เพราะได้ไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ จากคนที่ไกลวัด บัดนี้กลายเป็นคนที่ใกล้วัด
ที่ผ่านมาลูกนั่งสมาธิอย่างไม่มีเป้าหมาย ลูกคิดว่า นั่งสมาธิขอแค่ความสงบ ความสบายก็พอ คือ ขอแค่ให้ได้นั่ง นั่งคือนั่ง ส่วนจะนิ่งรึเปล่า ลูกดูเบาไม่เคยที่จะสังเกตวิธีการที่ทำใจให้นิ่ง และจะนึกเสมอว่า ถ้าจะนั่งเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับเรา ลูกคงไม่มีบุญขนาดนั้น ลูกจึงได้พบกับความปวด และความเมื่อยเป็นรางวัล
พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เป็นพระที่มีแค่ผ้าจีวร บาตรใบเดียว แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นผู้ให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่กับประชาชนทั้งโลก ให้เขาได้พบความสุขที่แท้จริง ส่วนตัวลูกแม้มีทุกอย่างทั้งความรู้ ความสามารถ การศึกษา มีเงินทองใช้จ่ายได้คล่อง แต่กลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว