The Buddha characterized this form of suffering as the sort of grief that comes from loss of a loved relative, loss of honour or influence
ปัจจุบันลูกสาวคนที่สองอายุ ๑๓ ปีแล้ว คราวใดที่เธอถูกเพื่อนนินทา เธอจะทนไม่ได้อย่างมาก แม้จะไม่แสดงออกที่โรงเรียน แต่จะกลับมาระบายและบ่นกับลูกที่บ้านเป็นประจำ
ตัวลูกอยู่ในวัยสาวแรกรุ่นอายุ ๑๙ ปี บางครั้งก็ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้านบ้าง คุณแม่ของลูกก็มักจะบ่นว่าอยู่เสมอ จนลูกรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ จึงตัดสินใจประชดคุณแม่ ด้วยการเอาปืนมายิงขาตัวเอง บริเวณน่องด้านซ้าย กระสุนโดนบริเวณกลางๆ น่อง
ทำบุญมาตลอด แต่ชีวิตก็ยังแย่อยู่ การท้อใจและบ่นอย่างนี้จะมีวิบากกรรมอย่างไร
ป้าขอฝากถึงผู้นำบุญทุกท่านว่า “ทำไปเถอะค่ะ อย่ายอมแพ้ ผังสำเร็จมีอยู่แล้ว ถ้าเราสู้ สำเร็จทุกเรื่อง ต้องไม่บ่นเหนื่อยเมื่อยล้า ให้ทำหน้าที่อย่างใจใสๆ ชี้ ชวน ชม สำเร็จหมด รับรองไปทุกที่ได้ทุกทีอย่างน้อยก็หนึ่งคนสองคน ได้ทุกวัน ป้าเองก็ตั้งใจทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันอบรมเลยค่ะ”
มโหสถระดมคนงานราว ๖,๐๐๐คน ให้ช่วยกันขุดกรวดทรายและดิน ขนออกมาด้วยกระทงหนังขนาดใหญ่ แล้วเทลงในแม่น้ำจนน้ำขุ่นคลัก แม่น้ำนั้นก็ไหลผ่านไปถึงปัญจาละนคร ชาวเมืองต่างได้รับความเดือดร้อน ก็พากันบ่นอุบว่า “โธ่เอ๋ย ไม่น่าเลย ตั้งแต่มโหสถมานี่ ยังไม่ทันไร ก็สร้างความลำบากให้พวกเราเสียแล้ว น้ำขุ่นคลักอย่างนี้ พวกเราจะไปหาน้ำใสๆ ดื่มกินกันได้ที่ไหน”
ชอบเอาเรื่องของแม่ ไปบ่นให้น้าสะใภ้ฟังบ่อยๆ จะบาปหรือไม่
ถึงแม้คุณพ่อบ้านจะทราบว่า ตนเองจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมงานบวชของลูกๆ ก็ยังทำใจกับการโกนหัวของลูกๆไม่ได้ ขณะที่เดินประทักษิณ คุณพ่อบ้านก็บ่นเบาๆกับตัวลูกว่า “ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้วนะคุณ” ตัวลูกยิ้มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ความนิ่งสงบทำให้เขาสงบไปด้วย
ครั้นได้รู้ว่าต่างคนต่างก็มาด้วยวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน อาจารย์กามินทะจึงเงียบเสียง ปล่อยให้อาจารย์เสนกะบ่นงึมงำไปคนเดียว “อืมม... หนึ่งคน สองคน สามคน นี่สามคนแล้ว รออีกหน่อย เดี๋ยวก็คงครบชุดแน่ๆ” อาจารย์เสนกะยังไม่ทันกล่าวจบ ร่างของอาจารย์เทวินทะก็ร่วงหล่นลงมากลางวง เสียงร้องอึกทึกก็ดังขึ้นอีก
โยมพ่อโยมแม่ของสามเณร เห็นพวกโจรกำลังเตรียมมีดเตรียมหลาวต่อหน้าต่อตา ทั้งหวาดกลัวต่อมรณภัย ทั้งโกรธเคืองตัดพ้อสามเณรที่ไม่ยอมบอก ว่า ในป่ามีโจรคอยดักทำร้าย ปล่อยให้พ่อแม่มาหาที่ตายแท้ๆ สงสัยสามเณรคงเป็นพวกเดียวกับโจร ๕๐๐ เหล่านี้เป็นแน่ พวกโจรได้ยินเสียงพร่ำบ่นของคนทั้งสอง จึงรู้ว่าสามเณรเป็นคนรักษาคำพูด แม้เป็นโยมพ่อโยมแม่ก็ไม่ยอมบอก เพราะกลัวจะเสียสัจจะที่ให้ไว้กับโจร