กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..นานมา กว่า 16 ปี..เป็นช่วงที่ลูกต้องเข้ารับการเจาะน้ำไขสันหลังที่ รพ.ศิริราช พร้อมกับเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ชื่อ พัชราภรณ์ พูนพุ่ม หรือ อ๊อฟ ....ซึ่งมีอาการรุนแรงเข้าขั้นโคม่า จะไม่ให้เรียกว่าโคม่าได้อย่างไรล่ะคะ ก็อ๊อฟเล่นนอนสลบหมดสติไม่กระดุกกระดิกเลยมาเกือบ 4 เดือนแล้ว
หลังสิ้นสุดคำอธิษฐาน ลูกก๊ากก็ออกอาการแสนรู้ขึ้นมาทันที เขาปีนข้ามจากเบาะหลังมาเบาะหน้า ราวกับมีคนกระซิบให้เขาทำอย่างนั้น ก๊ากเอามือมาแถวพวงมาลัยหน้ารถ ขณะที่สายตาทุกคนกำลังลุ้นว่าเขาจะทำอะไร ปรากฏว่า เขายื่นมือไปจับที่พวงมาลัยแล้วเอื้อมไปทางกุญแจ จากนั้นก็บิดมันให้ดับลง ทันใดนั้นเองล็อคอัตโนมัติทั้ง 4 ประตูก็ดีดขึ้น แล้วก็บังเกิดเสียงอุทานขึ้นว่า “อะไรกันนี่ คุณยายศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ คุณยายศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ”
สามีของลูกจึงมากราบขอบารมีคุณยายอาจารย์ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ซึ่งเขาก็ได้เล่าอาการทุกอย่างให้คุณยายฟัง และท่านก็นั่งเข้าที่ให้ทันที แล้วก็พูดว่า “มีอยู่ชาติหนึ่งลูกเกิดเป็นผู้ชาย ชอบไปทำลายรังสัตว์ ตีรังสัตว์ ด้วยกรรมนี้ ส่งผลให้ชาตินี้กลายมาเป็นรังสัตว์ ต้องผ่าตัดอย่างทรมานเช่นนี้” ตอนนั้นท่านก็รับปากจะช่วยให้
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเน้นให้พระภิกษุสงฆ์มุ่งแสวงหาความสงบวิเวก แสวงหาความบริสุทธิ์ เพื่อที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง เมื่อแจ้งแล้ว จะได้เป็นแสงสว่างต่อไป ไม่ทรงให้หลงใหลในลาภสักการะ ซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอก ไม่ใช่สาระแก่นสารที่แท้จริง แก่นสารที่แท้จริง คือ ต้องทำพระนิพพานให้แจ้ง ต้องให้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต
เมื่อพบกับความไม่สมหวังในชีวิต ด้วยความคิดน้อยอกน้อยใจ ทำให้เธอคิดสั้น ใช้มีดแทงลงไปที่ท้องของตัวเอง เพื่อหวังจะฆ่าตัวตาย เพื่อไปอยู่กับมารดาผู้ล่วงลับ …แต่ด้วยบุญเก่าที่สร้างมาในอดีตชาติ ทำให้เธอเห็นองค์พระสีทอง จึงอธิษฐานจิตของให้รอดตายเพื่อจะได้มาสร้างพระ แล้วเธอก็รอดตายจริงๆ
ชายคนหนึ่งป่วยเป็นหนัก ได้รับทุกขเวทนาเป็นอย่างมาก จนตัวเขาเองเรียกร้องหาความตาย ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานนั้น พระน้องชายได้มาโปรดเขา และแนะนำให้สร้างพระธรรมกาย ประจำตัว...ความอัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้น ชายผู้น่าสงสารมีอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติ บุพกรรมใด ทำให้เขาต้องมารับทุกขเวทนาเช่นนี้ หากไม่ได้สร้างองค์พระ เขาจะเป็นอย่างไร...มาร่วมกันศึกษาอานุภาพของการสร้างพระธรรมกาย ประจำตัว ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น...หมอยังบอกอีกว่า “ตราบใดที่ยังหายใจอยู่ ก็ตายได้ตลอดเวลา” พระเดชพระคุณหลวงพ่อคะ มีอย่างหรือคะ หายใจแล้วตาย ซึ่งหมอก็ให้เหตุผลว่า เวลาหายใจ ปอดจะขยับตลอดเวลา ไม่รู้ว่าวินาทีไหนเข็ม...มันเกิดอยากจะไปทิ่มปอดทะลุ พอบอกแบบนี้ต่างคนต่างช็อกค่ะ
เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา ในช่วงหัวค่ำ ขณะที่ลูกได้ทำหน้าที่ผู้นำบุญชวนคนมานั่งสมาธิที่บ้าน โดยไม่ทันรู้เลยว่าที่ร้านอาหารของลูกในกลางดึกกำลังเกิดภัยพิบัติร้ายแรง เพราะได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นที่หน้าธนาคารใกล้กับร้านของลูกซึ่งเป็นห้องแถวอยู่ใกล้ๆกัน ไฟก็ลุกไหม้กระพือโหมอย่างรวดเร็ว
และทันใดนั้นเอง...เราก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังไล่มา เราจึงรีบพากันหลบเข้าไปตรงจุดพักคนข้างรางรถไฟ ลูกกับเพื่อนคนหนึ่ง คือ หมอณัฐชัย ยืนอยู่ด้วยกัน ตอนนั้น เสียงหวูดรถไฟดังกระชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ และรถไฟได้พุ่งเฉี่ยวพวกเรา ขณะนั้นลูกรู้สึกว่ามีอะไรมาฟาดศีรษะอย่างแรง ทำให้ลูกกับหมอณัฐชัยกระเด็นตกลงมาจากสะพาน ดิ่งลงกระแทกกับพื้นน้ำ
ตอนเช้าลูกจะตื่น ตีสี่ครึ่ง นั่งจนตะวันขึ้น และระหว่างวันก็จะทำการบ้าน 10ข้อ พอตกเย็นหลังจากฟังรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาจบ ก็จะนั่งตามเสียงนำนั่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็นั่งต่อเองอีกหน่อยจนกระทั่งหลับในอู่ทะเลบุญค่ะ