ประชาชนในเขตพื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมพิธีตักบาตรพระ 200 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพุทธบูชา
ไม่ว่าผู้สื่อข่าวบุญสว่าง จะไปติดตามกระแสการทำความดีที่ไหน จังหวัดนั้นก็มีแต่การเรียกร้องให้ไปจัดกิจกรรมที่นั่นอีก จนบางที่ถึงกับเอ่ยว่า “กิจกรรมดีๆแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นเพียงแค่โครงการเท่านั้น น่าจะเปลี่ยนให้เป็นประเพณีเลยดีกว่า” กิจกรรมดีๆที่ทุกคนกล่าวถึงนี้ก็คือ โครงการตักบาตรพระ 5แสนรูป 76จังหวัด ทุกวัดทั่วไทย
สำหรับจังหวัดใดที่ไม่เคยจัดตักบาตรพระภิกษุจำนวนเรือนหมื่น ทางทีมงานก็ฝากมาเป็นภาษาคำเมืองว่า “สบาย สบาย...บ่ตุ๊ก (ไม่ทุกข์) บ่ยาก (ไม่ยาก)” และชาวลำพูนก็จะจัดงานตักบาตรต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบ 500,000องค์
ถึงแม้ว่าจะมีคนมาร่วมงานเป็นหมื่นๆคนก็ตาม แต่ถนนสายบุญนี้ เงียบกริบ ไม่มีการคุยกันเลย ทุกคนล้วนทำตามทุกกิจกรรม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และเมื่อเพลงชีวิตสมณะดังขึ้น น้ำตาที่ไม่ได้รับเชิญก็หลั่งไหลออกมาด้วยความปลื้มปีติ งานนี้ไม่ต้องอายกันเลย เพราะว่าหันไปทางไหน ก็ล้วนแต่เห็นผู้คนจำนวนมากมีน้ำตาแห่งความปีติ อาบแก้มกันทุกคน
งานบุญครั้งนี้ เรียกได้ว่า ทั้งพระทั้งโยมปลาบปลื้มกันไม่หยุด ทางด้านคณะสงฆ์ ท่านบอกว่า ช่วงที่ท่านปลื้มสุดๆ ก็คือตอนกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ช่วงเวลานี้สาธุชนกว่า 50,000คนได้กล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ได้ยินได้ฟังแล้วทำให้ปลื้มจนขนลุกเลยทีเดียว และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า คนมาอยู่รวมกันกว่าครึ่งแสนจะเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้
พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ กระผมชอบเป็นพระ เพราะพระเป็นเพศภาวะที่ดีที่สุดในชีวิตในสังสารวัฏ เป็นเพศภาวะที่สง่างาม เหมือนกับอัศวินนักรบที่มีพลังวิเศษอยู่ในตัว ที่คอยสู้รบกับกิเลสในตัวอย่างอาจหาญ พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ การสู้กับกิเลสในตัวของกระผมได้เกิดขึ้นแล้วครับ ซึ่งกระผมก็สู้โดยใช้วิธีที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอก ก็คือ “จะมีอะไรง่ายไปกว่า การไม่คิดอะไรเลย แล้วได้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต”
การเปิดศูนย์ในครั้งนี้ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตะลึง เมื่อชาวไทยในไซปรัสได้มีโอกาสเห็นพระภิกษุองค์จริงๆในผ้ากาสาวพัสตร์เหลืองอร่าม ทันทีที่คณะพระภิกษุเดินลงจากเครื่องบิน พร้อมกับเสียงสาธุการของชาวพุทธที่ไปรอรับ ทันใดนั้นแสงแฟลช จากกล้องถ่ายรูปก็วิบวับ รับกับจีวร เจ้าหน้าที่ของสนามบินออกมารุมขอถ่ายรูป ผู้คนแถวนั้นแตกตื่นกันมาก ราวกับพระท่านเป็นดาราดัง
สักพัก ผมก็เห็นองค์พระผุดขึ้นมา แล้วก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีองค์พระผุดขึ้นมาในท้อง เพราะในหนังสือ 2 หน้านั้นไม่ได้บอกไว้ ผมตกใจครับ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” จึงถอนออกจากสมาธิ แล้วก็นั่งใหม่อีกครั้ง มาอีกแล้วครับ องค์พระผุดๆๆๆขึ้นมาอีกแล้ว ผมเริ่มวิตกได้แต่อุทานในใจว่า...Bigger and Bigger
พระสีวลี ชื่อนี้ทุกท่านคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า ท่านเป็นผู้เลิศด้วยลาภ และเพราะเหตุใดจึงทำให้ท่านได้เป็นผู้เลิศด้วยลาบ ท่านประกอบเหตุอย่างไร เราจะทำอย่าไรจึงจะได้มีลาภมากเช่นท่าน