ผู้ใดโยนดอกปทุมนี้มาบูชาพระสัพพัญญูผู้เป็นนายกของโลก เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติตลอด ๓๐ กัป จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดิน ครอบครองพสุธาอยู่ ๗๐๐ กัป จักถือเอาอัตภาพในภพนั้นแล้ว จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกาลนั้น สายฝนดอกปทุม จักตกจากอากาศมากมาย
พระมหาไผ่ พุทฺธิสมฺปุณฺโณ พระอาจารย์จากวัดพระธรรมกายไรด์แลนด์ ประเทศเยอรมนี ได้เมตตาเทศน์สอนธรรมะเรื่องลำดับการให้ผลของกรรม
เมื่อศึกษาพุทธประวัติอย่างละเอียดแล้วจะพบว่าแม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ทรงสามารถหลีกเลี่ยงกฎแห่งกรรมพ้น ดังนั้นเราไม่ควรสร้างกรรมแม้เพียงเล็กน้อยเพราะแม้จะทำไปด้วยความไม่รู้ ก็ต้องได้รับผลของกรรมนั้น
คำถาม : ถ้าเราไปดูหนังต่อสู้หรือหนังรบกันแล้วเรามีจิตยินดีในการฆ่านั้นผลของกรรมจะเป็นอย่างไรบ้างครับ?
นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า ทานและการรบมีผลเสมอกัน พวกวีรบุรุษแม้มีน้อย ย่อมชนะคนขลาดที่มีพรรคพวกมากได้ ถ้าบุคคลเชื่อกรรมและผลของกรรมอยู่ ย่อมให้สิ่งของแม้น้อยได้ เพราะฉะนั้นแล ทายกนั้นย่อมเป็นผู้มีความสุขในโลกหน้า
ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ ใครทำกรรมใดไว้ กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ดีหรือชั่วก็ตาม ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสนฺติ ตนจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง เป็นผู้มีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา ร้องไห้เสวยผลของกรรมใดอยู่ กรรมนั้นอันบุคคลกระทำแล้วไม่ดีเลย
วันและคืนย่อมล่วงไปๆ ชีวิตย่อมดับไป อายุของสัตว์ทั้งหลายย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำในแม่น้ำน้อย ฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น คนพาลทำบาปกรรมอยู่ ย่อมไม่รู้สึกตัว ภายหลังเขาย่อมได้รับทุกข์อันเผ็ดร้อน เพราะบาปกรรมนั้นมีวิบากเลวทราม
สตรี บุรุษ คฤหัสถ์หรือบรรพชิต ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง ใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า ใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ตนจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ฉะนั้นให้เร่งทำความดีให้มากๆ ตั้งแต่บัดนี้ แล้วก็อดทนต่อการกระทบกระทั่งให้มากๆ ด้วย