การอบรมในครั้งนี้ดีมากๆ ผมได้ฝึกทุกอย่างและยังได้นั่งสมาธิอย่างเต็มที่อีกด้วย โอ...พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ วันแรกที่นั่งสมาธิ ขนาดว่าซ้อมมาแล้วนะครับ มันก็ยังเมื่อยสุดๆ ผมปวดไปหมด ทั้งแขน ขา บ่า ไหล่ ลำตัว และหัวเข่า และวันที่สองความปวดเมื่อยก็ยิ่งทับทวี จนรู้สึกว่ากระดูกแทบจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ นั่งไปสักพักความชาก็มาเยือน ผมชาไปหมดทั้งตัว แต่เพราะอยากเข้าถึงธรรม ผมจึงคิดว่า “ตายเป็นตาย”
ดิฉันเก็บอารมณ์ และความชอกช้ำไว้กับตัวเอง ต่อมา มันก็หนักขึ้นๆ จนท่วมท้นหัวใจ ดิฉันโกรธ หดหู่ เหงา มากขึ้น และยอมจำนนให้ชีวิตอยู่กับการดื่ม การไม่รับประทานอาหาร และการทรมานตัวเองในรูปแบบต่างๆ ดิฉันฉุนเฉียวง่ายและว้าวุ่นใจอยู่เสมอๆ และรู้ว่าไม่มีทางที่จะรู้สึกดีขึ้น เพราะดิฉันอยู่กับอารมณ์ดังกล่าว ดิฉันแพ้ตัวเองอย่างแท้จริง
ตอนนั่งสมาธิที่วัด ผมพยายามนั่งให้สบายๆ หลับตาพริ้มๆ และค่อยๆสูดลมหายใจลึกๆ ให้เข้ากับคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ หายใจเข้าผ่านจมูก แล้วนึกให้มีการเคลื่อนที่ช้าๆ ลงไปยังฐานที่7 ทำนิ่งๆ ฟังเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปเรื่อยๆ แม้ผมจะยังไม่เข้าใจภาษาไทยมากนัก แต่น้ำเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ช่วยพาผมดำดิ่งเข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกของสันติสุข
เรื่องราวของนายพรานผู้เป็นบัณฑิต ที่ถูกลูกเศรษฐีทั้ง ๔ คน มาขอชิ้นเนื้อที่ตนหามาได้ โ็ดยที่ลูกเศษฐีจะผลัดกันเข้ามาขอทีละคน ดูว่าใครจะได้เนื้อส่วนไหน แล้วนายพรานได้ใช้วาจาที่ลูกเศรษฐีแต่ละคนพูดนั้นเป็นเครื่องตัดสินว่าจะให้ส่วนใดของชิ้นเนื้อ หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไป นายพรานพร้อมครอบครัวถึงกับได้เข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ เพราะด้วยวาจาของตน
ครั้งที่ผมก็เห็นคนๆหนึ่งในท้อง แต่เขาหน้าตาเหมือนตัวผมกำลังนั่งสมาธิอยู่ แต่ตัวของผมที่เห็นนั้นใสเหมือน Crystal (แก้ว) ผมสามารถพบความสุขในตัวของผมได้ ผมรู้สึกดีมาก และรู้สึก ตกหลุมรักตัวเอง เพราะไปรักคนอื่นมันผิดหวัง แต่พอตกหลุมรักตัวเองที่สัมผัสจากภายใน เขาซึ่งไม่เคยทำร้ายหัวใจผมเลย ทำให้มีแต่ความสุขผมต้องการเป็นคนดีในทุกอิริยาบถ ในทุกสิ่งที่ทำ อยากเจอสิ่งดีๆ
ฉันคิดว่า ถ้าคนทั่วโลกมานั่งสมาธิ โลกจะสงบสุข เพราะพวกเขาจะยุ่งแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน ทำแต่ในสิ่งที่ควรทำ ว่าแต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นโลกที่สงบสุขอย่างนี้สักที เมื่อตอนอายุ 20ปี ฉันเคยตั้งคำถามว่า "อะไรเป็นสิ่งที่ควรจะทำเพื่อตัวเอง" แต่ฉันก็ยังหาคำตอบไมได้ จนบัดนี้ฉันรู้แล้วว่า "สมาธินี่แหล่ะ คือ สิ่งที่ฉันควรจะทำเพื่อตัวฉัน"
ฉับพลันทันใดกินนรีก็คิดว่า ไทยธรรมที่ควรถวายในมือของเราก็ไม่มี หากเราจะไม่สั่งสมบุญอะไรเลย ก็จะทำให้เราคลาดจากบุญนี้ไป เราจะทำอย่างไรดีหนอ เมื่อคิดอย่างนี้กินนรีผู้มีบุญก็มองไปรอบๆ อาณาบริเวณ ขณะที่ในใจของนางนั้นเต็มเปี่ยมด้วยความปีติอันไม่มีประมาณ ก็มองไปเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ออกดอกงามสะพรั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำก็ดำริว่า แม้ในมือของเราไม่มีไทยธรรม เราก็จะเอาดอกอ้อนี่แหละบูชาสมณะรูปนี้