“พวกแกไม่ต้องกลัวอด วิชชาธรรมกายจะเลี้ยงพวกแกได้ตลอดไป ขอให้ตั้งใจปฏิบัติกันก็แล้วกัน แล้วไม่มีวันอด วิชชาของเรามันเป็นวิชชาที่จริง ถึงจะถูกอะไรปิดบังก็ชั่วครั้งชั่วคราวเดี๋ยวก็หาย พวกแกคอยดูต่อไปเถอะ วิชชาธรรมกายต่อไปจะคลุมทั้งประเทศ แล้วถ้าตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ จะคลุมทั้งโลก จะป้องกันศาสนาได้ เพราะวิชชาธรรมกายเป็นวิชชาจริง พิสูจน์ได้”
วันหนึ่งท่านมาพูดในโบสถ์ว่า “พวกแกไม่ต้องกลัวอด วิชชาธรรมกายจะเลี้ยงพวกแกได้ตลอดไป ขอให้ตั้งใจปฏิบัติกันก็แล้วกัน แล้วไม่มีวันอด วิชชาของเรามันเป็นวิชชาที่เป็นของจริง” ท่านว่าอย่างนี้ แล้วก็ไม่อดจริงๆครับ อยู่กับหลวงพ่อก็สบายอย่างนี้ครับ
หลวงพ่อ...ท่านตั้งใจที่จะส่งเสริมให้พระเณรได้เรียนฝ่ายปริยัติ ส่วนฝ่ายปฏิบัติท่านสอนเอง ในที่ปีผมไปอยู่ที่นั่น เป็นปีแรกที่หลวงพ่อเปิดสำนักเรียน เปิดโรงเรียน ผมเรียกว่าเป็นนักเรียนรุ่นแรกของวัดปากน้ำ ในสมัยนั้นหลวงพ่อจะให้กำลังใจดีมาก ท่านส่งเสริมการเรียนอย่างดียิ่ง ยิ่งเป็นสามเณรเล็กๆ หลวงพ่อจะให้ความเมตตาเป็นพิเศษนะครับ
ทรัพย์สินต่างๆที่อยู่ในบ้านแท้ๆ โจรยังเอาไปไม่ได้ ซึ่งในตอนเกิดเหตุนั้น ขนาดยังไม่ได้หล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเลย เป็นเพียงบุญที่เราปลื้มปีติ เลื่อมใสศรัทธาที่จะได้หล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำเท่านั้น บุญนี้เมื่อถวายถึงมือพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้ว สมบัติของเราก็ไม่วิบัติ ถ้าเราไม่ได้ทำบุญครั้งนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นสมบัติของเราจะเป็นอย่างไร
ทันใดนั้นเอง เสียงกระสุนหลายนัด ก็ดัง ปังๆๆ ออกมาจากบ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งถนนตรงนั้น แล้วเสียงก็ดัง ปังใหญ่ คล้ายใครเอาค้อนมาทุบกระจกหน้ารถของลูกค่ะ ลูกตกใจมาก คิดว่าเป็นกระสุนแน่ ที่ทะลุเข้ามา
สมัยนั้นจะมีคนมาหาพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯให้ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆมากมายทุกวัน ต้องจดวันเดือนปีเกิดยื่นให้ตามลำดับ เกียรติคุณและอานุภาพของพระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ำฯ เป็นที่เลื่องลือมาก มีเป็น 1,000เรื่อง เล่าเท่าไหร่ก็ไม่รู้จบ
ตอนนั้นอัลเฟรด ร้องเสียงหลงดังลั่น ลูกก็ตกใจก็ร้องกรี๊ดตามไปด้วย ความรู้สึกมันเหมือนเรา Shock ไปเลย คิดว่าเราตายแน่ๆ แล้วความรู้สึกของลูกก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อลูกได้ยินเสียงอัลเฟรดค่ะ อัลเฟรด พูดออกมาเป็นภาษาไทย ว่า “ขอบคุณครับหลวงปู่ ขอบคุณที่ช่วยผมครับ ขอบคุณมากๆครับ” พร้อมกับพนมมือท่วมหัว ส่วนตัวลูกกำลังหาย Shock มือไม้ยังสั่นอยู่ งงว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน เรารอดตายจริงๆหรือนี่
สามีของลูกชอบดื่มเหล้าอย่างกับน้ำ เมาแอ๋ทุกวัน พอเมา ก็ทะเลาะกัน ชนิดที่ว่าคุยดีกันไม่เกิน 3 คำ พอคำที่ 4 ผ่านไปก็ถึงขั้นวางมวยกันหลายครั้ง ลูกพยายามให้เลิกดื่ม แต่ก็ไม่ยอมเลิกสักที จนสุดปัญญาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ที่พอจะนึกได้ที่พึ่งหนึ่งเดียวคือพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ
เรื่องราวต่อไปนี้หลายท่านได้ฟังแล้วอาจจะบอกว่า "อมพระมาพูด ก็ไม่เชื่อว่าจะรอด" แต่คำพูดนี้อาจจะใช้ไม่ได้สำหรับเขา กัลฯ สุปรีชา บำรุงชีพ เมื่อเหตุการณ์ระลึกขวัญมารุมเร้า เห็นเงาของผู้ก่อการร้ายมายืนต่อหน้า กัลฯ สุปรีชาก็ทำสิ่งที่สุดแสนจะคาดเดาได้ด้วยการ "อมพระของขวัญ" ไว้ในปาก เขาจะรอดจากกระสุนของผู้ก่อการร้าย ตรงหน้าได้อย่างไร มาลุ้นกันเลยค่ะ