ทรายก็มององค์พระต่อไปอีก โดยใช้สูตรเดิม คือ นิ่งๆ เพราะถ้าใจยิ่งนิ่งมากเท่าไร ภาพองค์พระจะถูกปรับให้ชัดขึ้นเองแบบอัตโนมัติ องค์พระก็จะชัดสว่างขึ้นเอง หากยิ่งนิ่งมากก็จะสามารถเห็นรายละเอียดขององค์พระได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปบังคับอะไรเลยค่ะ ทรายทำใจนิ่งๆ จนกระทั่งเกิดความรู้สึกเข้าไปอยู่ภายใน
เนื่องจากวัดหนองเต่าคำ เป็นวัดตกสำรวจ จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้มาวัดพระธรรมกาย กระทั่งวันงานบุญใหญ่งานหล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา กระผมได้มาวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรก โดยมากับผู้นำบุญอำเภอสันป่าตองครับ เมื่อได้มาเห็นแล้วบอกได้คำเดียวครับว่า ปลาบปลื้มปีติใจมาก เห็นศรัทธาญาติโยมมาจากทุกสารทิศเลย
ลูกก็ทำตามที่พระอาจารย์นำนั่งสมาธิไปอย่างสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรอื่นเลย ทันใดก็เกิดแสงสว่าง เหมือนดวงอาทิตย์ จากนั้นก็เหมือนมีท่ออยู่ในท้องยาวพอสมควร เป็นท่อแก้วใสๆ รอรับดวงอาทิตย์อยู่ ดวงอาทิตย์ก็เลื่อนลงไปในท่อนั้น จนถึงก้นท่อ มีแสงพุ่งสวนขึ้นมารองรับดวงอาทิตย์ พอดีพระอาจารย์กล่าวสัพเพฯ
สักพัก ลูกก็เห็นดวงแก้วใสๆ กลมโต ดวงนี้ใหญ่กว่าปกติที่เห็น ดวงแก้วขึ้นมากลางท้องของลูก แล้วก็มีองค์พระแก้วใสเกิดขึ้นกลางดวงนั้น องค์พระ...ท่านจะใหญ่พอดีกับดวงแก้ว ดวงแก้วจะเหมือนมีแสง มีรัศมีออกจากขอบของดวงแก้ว ลูกรู้สึกปลื้มปีติใจ จนบอกไม่ถูกค่ะ
ณ วันนี้ Green Africa ของ SABC และ Peace for Africa ของวัดพุทธโจฮันเนสเบิร์ก กำลังเป็น Talk of the Town ร่วมกันแล้วอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เป็นแนวทางเดียวกับที่คุณครูไม่ใหญ่ ได้กล่าวเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2551 ที่ผ่านมาว่า...“งานสร้างสันติภาพนั้น ทุกคนต้องร่วมมือกัน จะมีเพียงลำพังคนใดคนหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่ได้ จำเป็นต้องร่วมมือทำกันทุกคนและทุกองค์กร”
และทันใดนั้นเอง...เราก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังไล่มา เราจึงรีบพากันหลบเข้าไปตรงจุดพักคนข้างรางรถไฟ ลูกกับเพื่อนคนหนึ่ง คือ หมอณัฐชัย ยืนอยู่ด้วยกัน ตอนนั้น เสียงหวูดรถไฟดังกระชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ และรถไฟได้พุ่งเฉี่ยวพวกเรา ขณะนั้นลูกรู้สึกว่ามีอะไรมาฟาดศีรษะอย่างแรง ทำให้ลูกกับหมอณัฐชัยกระเด็นตกลงมาจากสะพาน ดิ่งลงกระแทกกับพื้นน้ำ
ประมาณ 10นาทีกว่าๆ ผมก็รู้สึกเนื้อตัวเบาสบาย พอนั่งๆไปก็เหมือนกับมีอะไรมาเข้ากลางท้องครับ แล้วผมก็เห็นองค์พระใสๆ ผุดขึ้นมา ขึ้นมาองค์เดียว เห็นเต็มองค์ทีเดียวเลยครับ แล้วองค์พระก็มีแสงสว่างขึ้นมา สว่างเหมือนพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันเลยครับ ผมก็นั่งต่อไปจนพระอาจารย์กล่าว สัพเพ... ผมจึงออกจากสมาธิ แล้วก็ลืมตา
ผู้หญิงคนหนึ่ง มีชีวิตครอบครัวที่แตกร้าว สามีแยกทางไปมีภรรยาใหม่ ปล่อยให้เธอดูแลลูกๆ 3คน แต่เพียงลำพัง เธอเลี้ยงดูลูกทั้งสามด้วยการถือหลักการทำตัวอย่างให้ลูกเห็น เช่น ไม่พูดโกหก มีสัจจะ อยู่ในศีลห้า และตอบสนองในสิ่งที่ลูกขอ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปอย่างที่เธอหวัง ลูกสาวคนโตดูเหมือนจะรักพ่อมากกว่า ส่วนลูกชายคนที่สองตำหนิเธอว่า เข้มแข็งเกินความเป็นหญิง ไม่มีความเป็นแม่ ขาดความอ่อนโยน อ่อนหวาน และที่สำคัญที่สุดคือ ควบคุมเขามากเกินไป...คงมีแต่ลูกสาวคนเล็กที่ดูจะติดแม่ เพราะพ่อจากไปตั้งแต่เธออายุเพียง 6ปี...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันฝันวิทยา
จากนั้น ก็มีองค์พระธรรมกายสีทอง ผุดขึ้นมาจากความสว่างใหญ่ๆที่กลางท้องของผม องค์แรกมีขนาดเล็กกว่าตัวผมหน่อย องค์ต่อๆมา ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นๆ และยิ่งสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านนั่งหลับตาหันหน้าทางเดียวกันกับผม ผมเห็นท่านได้ชัดเจนมากๆ เห็นหน้า เห็นพระเศียร มีเกศดอกบัวตูม ผมนั่งดูเฉยๆ รู้สึกว่าใจสบายดีครับ
ตอนที่ลูกปฏิบัติธรรมครั้งแรก ลูกก็มืดตื้อมืดมิดไม่เห็นอะไรเลย แต่ใจก็สงบนะคะ วันต่อมาลูกได้รับรูปพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ จากการร่วมบุญถวายที่ดินสร้างวัดพุทธเดนมาร์ก พอลูกได้นั่งสมาธิต่อหน้ารูปของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ อัศจรรย์ปาฏิหาริย์ก็เกิดกับลูกค่ะ