อุบาสิกาแก้วสุภาวดี รักประสิทธิ์
อุบาสิกาแก้วกนกวรรณ จันทะวงศ์ศรี
ตอน Super Mom ยอดมารดาผู้พาครอบครัวไปหารักแท้
วันนั้น เป็นการนั่งระหว่างรอยต่อปี พ.ศ.2550 กับปี พ.ศ. 2551 ลูกนั่งได้อารมณ์สบายเป็นครั้งแรก ในขณะที่พระอาจารย์กำลังนำอธิษฐานจิต ลูกก็เห็นดวงกลมๆผุดขึ้นมา ขนาดเท่าพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า ลูกเกิดวิจิกิจฉา สงสัยว่าตัวเราจะคิดไปเอง ก็ลองหรี่ตาดู แต่ดวงก็ยังอยู่ให้ชื่นชมสักครู่จึงหายไป ลูกถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา คราวนี้ไม่ใช่เพราะหาวนอน แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ
ทุกวันนี้ ลูกรู้สึกว่าใจมัน เบาๆ ใสๆ นุ่มๆ ไม่อยากโกรธใคร บางวันตื่นนอนพร้อมกับองค์พระที่ขยายใหญ่ทันทีที่รู้สึกตัว เวลานอนก็หลับในอู่ทะเลบุญ มีความสุขมาก ไม่เคยคิดเลยว่า คนอย่างเราก็ทำได้ เหมือนได้ชีวิตใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่ออายุ 61ปี
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกเณรมีความสุขมากครับ และรู้สึกว่า ชีวิตมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เสมือนหนึ่งดินโคลน ที่เขาเอามาทุบ มาปั้น จนกลายเป็นภาชนะที่มีคุณค่า หรือเปรียบเสมือนบุคคล ผู้เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม เดินทางมาได้พบสระอโนดาตที่ใสสะอาด ได้ลงชำระล้างและดื่มกิน
พอมองไปที่กลางองค์พระ ก็เห็นว่า ในองค์พระมีดวงแก้วผุดขึ้นมาถึง 6ดวง เรียงกันไปเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละดวงจะมีความสว่างไม่เท่ากัน ความสว่างของดวงเท่ากับดวงอาทิตย์หลายๆดวง มารวมกันในท้องของกระผม ทำให้กระผมมีความสุขและสบายมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนไม่รู้จะบอกออกมาอย่างไร
พอมองลงไป ลูกเห็นองค์พระอยู่ภายใน องค์พระท่านขยายใหญ่แล้วหายไป ดวงแก้วเล็กๆดวงใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ขยายเป็นองค์พระแล้วหายไป ลูกมองเพลินไม่ได้นับเลย จนองค์สุดท้าย ท่านหยุดอยู่กลางท้องขนาดประมาณ 5นิ้ว สีขาว ไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่ นั่งหันหน้าออกทางเดียวกับตัวลูก รู้สึกโปร่ง เบาสบาย
กระทั่งวันที่ 23 กันยายน วันที่ลูกได้ชิตังเมปิดโมดูล ลูกปลื้มมากโดยเฉพาะคำอวยพรของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ลูกได้เข้าถึงธรรม ครั้นลูกกลับมาบ้านอธิษฐานจิตขอพรจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ จึงตั้งใจเพิ่มชั่วโมงนั่งธรรมะ จากวันละ 1ชั่วโมง เป็น 2ชั่วโมง