ไม่นานใจก็เริ่มสงบ หยุดนิ่ง เหมือนกับใจกำลังสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสทั้งปวง และรู้สึกได้เลยว่า ใจหยุดนั้นมีความสุขอย่างยิ่ง จนไม่อาจบรรยายออกมาได้เลย ...เมื่อใจสงบแล้ว บางครั้งก็มองเห็นแสงสว่าง รู้สึกมีความสุขมาก และทำให้เข้าใจว่า ความสุขภายในนั้น เพียงแค่เราเอาใจมาหยุดนิ่งเฉยๆ ก็พร้อมที่จะพรั่งพรูออกมาให้เราได้สัมผัสฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินเลย
ลูกกล้ายืนยันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณครูไม่ใหญ่บอกกับลูกๆ ล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น เพราะตอนนี้ ลูกได้พิสูจน์ด้วยตัวของลูกเองแล้ว ไม่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะให้ทำอย่างไร ลูกจะปฏิบัติตามทุกอย่าง ลูกขอให้คุณครูไม่ใหญ่เป็นที่พึ่งของลูกๆตลอดไป นานแสนนานนะเจ้าคะ คิดถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อเสมอค่ะ
กระทั่งปี พ.ศ.2537 ลูกเริ่มรู้จักหนทางสู่ปริญญาใจเป็นครั้งแรก จากกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นคนพิเศษในดวงใจ คือ กัลยาณมิตร เสนิส บุศยพงศ์ชัย หรือ คุณเท่ห์ สามีของลูก (กำลังจะจบ ดร.ปีหน้านี้แล้วค่ะ) เขาชวนให้ลูกรู้จักวัดพระธรรมกาย โดยให้ฟังมงคลชีวิต 38ประการของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ยิ่งฟังยิ่งโดนใจ
ที่ผ่านมาลูกนั่งสมาธิอย่างไม่มีเป้าหมาย ลูกคิดว่า นั่งสมาธิขอแค่ความสงบ ความสบายก็พอ คือ ขอแค่ให้ได้นั่ง นั่งคือนั่ง ส่วนจะนิ่งรึเปล่า ลูกดูเบาไม่เคยที่จะสังเกตวิธีการที่ทำใจให้นิ่ง และจะนึกเสมอว่า ถ้าจะนั่งเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับเรา ลูกคงไม่มีบุญขนาดนั้น ลูกจึงได้พบกับความปวด และความเมื่อยเป็นรางวัล
ตอนนี้เขาบอกว่า “เวลาเหมอยากเห็นองค์พระ นั่งนาทีเดียว ก็เห็นแล้ว แต่จะเห็นองค์เล็กนะหม่าม๊า (เอานิ้วโป้งนิ้วชี้จรดกัน) พอนาทีที่2 ก็จะใหญ่ (ยกมืออีกข้างมาประกบ) 10นาทีจะใหญ่มาก (ช่วง 1ไม้บรรทัด) แต่ถ้า 30นาทีก็จะใหญ่ๆไปอีก (ประมาณ1เมตร)” พอนั่งไปนานๆ ประมาณ 40นาที เหมก็กางแขนออกไปสุดเลยค่ะ
พอนอนหลับก็มีชายตัวสูงใหญ่ ดำสนิท เสียงมีอำนาจ น่ากลัวมาก มาสั่งเชิงบังคับว่าให้ลูกเลิกนั่งสมาธิ เขาได้ทำร้ายลูกสารพัด จนลูกรู้สึกเหมือนมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงตามตัว และยังบอกลูกอีกว่า “ลูกยังไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ช่วยพวกเขาก่อน ”