วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานีกว่า 900 รูป เจริญพุทธมนต์บท “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” และบท “ภูมิพลมหาราชวรัสสะ ชยมังคลคาถา” เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บุคคลผู้ถึงพระรัตนตรัย ชื่อว่าจะเป็นผู้บังเกิดในนรกเป็นต้น ย่อมไม่มี พ้นจากการบังเกิดในอบายแล้ว ยังจะเกิดขึ้นในเทวโลกได้เสวยมหาสมบัติ
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เตรียมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับพรปีใหม่
คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บุคคลจะเป็นอุบาสกหรืออุบาสิกาก็ตาม ผู้ถึงพระรัตนตรัยอันประกอบด้วยคุณอันอุดมอย่างนี้ ชื่อว่าจะเป็นผู้บังเกิดในนรกเป็นต้น ย่อมไม่มี อนึ่งพ้นจากการบังเกิดในอบายแล้ว ยังจะเกิดขึ้นในเทวโลกได้เสวยมหาสมบัติ
ประโยชน์อะไรกับการมีบุตรและธิดาซึ่งวันหนึ่งก็ต้องพลัดพรากจากกันในที่สุด อาตมภาพพ้นแล้วจากพันธะซึ่งเป็นภาระผูกพัน ย่อมทราบดีว่า เรามีความแก่ชราเป็นธรรมดา และมีความตายรอคอยอยู่เบื้องหน้า
ครั้นลูกได้ครองราชย์ พรั่งพร้อมด้วยโอรสธิดาแล้วจึงค่อยออกบรรพชาในภายหลังเถิดนะลูก บัดนี้ลูกยังอยู่ในช่วงปฐมวัย จะมาบวชอยู่ในป่าแต่ผู้เดียวจะมีประโยชน์อะไรเล่า ( พระเตมียโพธิสัตว์จะตรัสตอบเช่นไร...)
ทรงสอนพระองค์เองว่า เตมิยกุมารเอย ชาติก่อนๆโน้นเจ้าก็เคยอดอาหารมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วมาบัดนี้ เจ้าจะหวั่นใจไปทำไมไฟนี้แม้จะร้อนเพียงใด แต่ก็เทียบไม่ได้กับไฟในนรก แม้เราจะตายในกองไฟนี้ก็ยังประเสริฐกว่า