เมื่อพระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาบังเกิดบนโลกแล้ว พระองค์จะทรงมีพระนามว่า "อชิตพราหมณ์"
หลายๆคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ชีวิตของคนเราเลือกเกิดไม่ได้ ทั้งๆที่จริงแล้ว เราสามารถเลือกเกิดและสามารถออกแบบชีวิตของเราเองได้
ครั้นพระภัททชิได้ฟังพระพุทธองค์ตรัสเช่นนั้น ท่านก็ได้ถวายบังคมและรับพระดำรัสของพระบรมศาสดา โดยการเหาะขึ้นไปสู่เวหาแล้วมุ่งลงสู่เบื้องล่างของแม่น้ำคงคา
ครั้นภัททชิกุมารได้ฟังธรรมเทศนา และปล่อยใจตามพระสุรเสียงของพระพุทธองค์แล้ว ภัททชิกุมารก็สามารถทำพระนิพพานให้แจ้ง
ภายหลังจากที่สองพ่อลูกซึ่งได้ถวายบรรณศาลาแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าได้ละจากโลกไปแล้ว (คนที่เป็นลูก...ต่อมาก็คือพระเจ้าสังขบรมจักรพรรดิ ทั้งคู่ต่างก็ได้วนเวียนอยู่ในสุคติภูมิแต่เพียงอย่างเดียว
จักรวรรดิวัตร คือ ธรรมอันเป็นพระราชจริยานุวัตร สำหรับพระมหาจักรพรรดิ และพระราชาเอกในโลก มี 12 ประการ
ในช่วงที่พระศรีอริยเมตไตรย์สัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จลงมาบังเกิดบนโลกนั้น จะตรงกับสมัยของพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่า “ สังขะ ” แห่งเกตุมดีนคร
โลกในยุคนั้น ต้นไม้จะออกดอกออกผลและสุกงอมตลอดทุกฤดูกาล
ในยุคนั้น บริเวณพื้นที่ราบจะมีลักษณะราบเรียบสม่ำเสมอกัน จะมีอยู่เพียงฤดูเดียวเท่านั้น คือ ฤดูสบาย ตลอดทั้งปี จะไม่มีภัยธรรมชาติ
สังคมในยุคนั้น จะเป็นสังคมที่มีแต่คนดีล้วนๆ เพราะทุกๆพื้นที่บนโลก จะไม่มีคนพาล ไม่มีคนชั่ว