พิธีทอดผ้าป่า ประวัติความเป็นมาของการทำบุญทอดผ้าป่านั้นเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล การทอดผ้าป่านั้นเป็นบุญที่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น
มีผื่นคันตามตัวง่ายเพราะในอดีตตอนเด็ก เคยแกล้งเพื่อนโดยนำใบไม้ที่มีพิษคันๆ คล้ายๆ ใบตำแย มาตำผสมกับนํ้าแล้วไปพรมเสื้อผ้าของเพื่อนเวลาเพื่อนใส่ก็คันๆ ตัวเองก็หัวเราะสนุกสนาน
เราได้ศึกษาถึงอานิสงส์การจุดประทีปเป็นพุทธบูชาอันเป็นประวัติของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีรัศมีแผ่ออกจากพระกายรุ่งเรืองสว่างไสว
การให้ประทีป ชื่อว่าให้จักษุ คนเราแม้ตาดีแต่ถ้าอยู่ในที่มืดก็ไม่เห็นอะไร ต่อเมื่อมีประทีปส่องสว่างขึ้นจึงสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน
มหาชนได้ฟังพระราชาตรัสเล่าเรื่องราวของสัตว์นรก และบาปกรรมที่ทำให้ต้องไปตกนรกเช่นนั้น ก็เกิดความหวาดกลัวบาปกรรม ต่างรับปากกับพระเจ้าเนมิราชว่า จะไม่ทำบาปอกุศลอย่างนั้นอีกต่อไป
หนฺท ทานิ ภิกฺขเว อามนฺตยามิ โว วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ นี่เป็นพระดำรัสสุดท้ายของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงรวบรวมพระโอวาททั้งปวงที่ได้ประทานมาตลอด ๔๕ พรรษานั้นลงในความไม่ประมาท
พระมารดาทรงดำริว่า ลูกของเราไม่เคยได้ยินคำว่า "ไม่มี" เพราะตั้งแต่เกิดมาอยากได้อะไรก็ได้ทุกอย่าง พระนางต้องการให้โอรสได้รู้จักคำว่า "ไม่มี" จึงส่งถาดเปล่า เอาฝาครอบไปให้ แต่เนื่องจากท่านสั่งสมบุญด้วยการให้ทานไว้มาก เทวดาจึงเนรมิตขนมทิพย์จนเต็มถาด เมื่อเจ้าชายเปิดออก กลิ่นหอมของขนมได้หอมฟุ้งไปทั่ว
จากนั้นก็ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด และให้จารึกแผ่นทองคำติดไว้ ณ เสาท้องพระโรงว่า “ผู้ใดต้องการทรัพย์สมบัติเงินทองของมีค่า ก็จงมาขนเอาไปจากท้องพระคลังหลวงนั้นเถิด”