เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดั่งทอง พระนามว่า วิปัสสี... จึงมีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ประณมอัญชลีไหว้ ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ การที่เราได้ประณมอัญชลีไหว้ในเวลานั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการประณมอัญชลีไหว้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว
ผู้ใดจุดประทีปถวายคราวที่ควรจุดประทีปในเวลาคํ่าคืน อันเป็นอุปกรณ์กำจัดความมืดให้เป็นทาน วิมานอันมีรัศมีโชติช่วง มีสวนงดงามมาก มีบุณฑริกบัวขาวมาก ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น
บัณฑิตทั้งหลาย ฟังธรรมแล้ว ย่อมมีจิตผ่องใส เหมือนห้วงนํ้าลึก ที่ใสสะอาด ไม่มีความขุ่น
บุคคลพึงเว้นกิจอันไร้ประโยชน์ พึงเป็นผู้ไม่ประมาท มีปัญญาสอดส่องในสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ แล้วยึดเอาแต่สิ่งที่ควร ประกอบด้วยประโยชน์ มีความยินดีในธรรมที่พึงประพฤติ เพราะความยินดีในธรรมเป็นความยินดีอันสูงสุด
ตอนนั่งสมาธิ แม้กำหนดนิมิตไม่ได้ แต่รักษาศีลได้ครบก็ได้บุญ ถ้ากำหนดนิมิตได้ ทำใจให้นิ่งได้ก็จะได้บุญมากขึ้น แต่ถึงจะกำหนดไม่ได้ ก็ได้บุญไปตามส่วน ที่ไม่ได้เลยเป็นไม่มี
ธรรมกาย คือกายที่เกิดจากการปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ได้ สมบูรณ์ พอใครปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ได้ถูกส่วนเข้า ใจจะหยุดแล้วเห็นกายภายในกายหนึ่งที่ศูนย์กลางกาย เรียกว่า “ธรรมกาย”
เหตุให้ความตายเกิดมี 4 ประการ การตายมีด้วยกัน 4 ประเภท สิ้นอายุ สิ้นกรรม สิ้นทั้งสอง กรรมตัดรอน ตายแล้วไปไหนจะรู้ได้อย่างไร เลือกได้อย่างไร
ดิฉันได้พบพระภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้รับความลำบากกาย กระหายนํ้าจึงขวนขวายถวายนํ้าดื่มกับท่าน ผู้ใดก็ตามที่ถวายนํ้าดื่มกับภิกษุทั้งหลายผู้กระหายนํ้า แม่นํ้าทิพย์หลายสายที่สวยงาม ดารดาษด้วยดอกไม้อันเป็นทิพย์ มีนํ้าใสเย็นก็จะบังเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ผู้ที่ได้ทำบุญไว้ดีแล้วย่อมได้มหาวิมานอันประเสริฐ สง่างาม นี้เป็นผลแห่งกรรมดีที่ดิฉันสร้าง
สมณะผู้ทรงศีลได้เป็นที่รักของเรา เรามีจิตเลื่อมใสศรัทธา เมื่อจะบริจาคข้าวและนํ้าเป็นทาน ก็ได้ถวายทานอันไพบูลย์โดยเคารพ เพราะอานุภาพแห่งบุญนั้น เราจึงมีวรรณะทิพย์ที่งดงามเช่นนี้ ผลอันน่าปรารถนาจึงสำเร็จแก่เรา และโภคะอันน่าปลื้มจึงบังเกิดขึ้นแก่เรา
สำหรับผู้ปรารถนาอยู่ร่วมกับทวยเทพทั้งหลาย ควรที่จะบำเพ็ญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าผู้ที่ทำบุญไว้ดีแล้ว ย่อมเพียบพร้อมด้วยโภคสมบัติบันเทิงอยู่ในสุคติสวรรค์