อุบาสิกาแก้วสมศรี เชิดผล
อุบาสิกาแก้วสุพรรณ์ษา ตะกรุดมูล
ในขณะที่กระผมนอนอยู่บนเตียงคนไข้อยู่นั้น กระผมได้ยินเสียงที่ดังก้องกังวานขึ้น พร้อมกับภาพของพระสงฆ์องค์หนึ่งที่ดังขึ้นมาว่า “อาตมาจันทสโร ภิกขุ ไม่มีอะไรแล้ว แข็งแรงแล้ว ให้กลับวัดได้แล้ว ให้สัมมา อะระหัง เข้าไว้ อย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ แล้วลองออกมาดูสิว่าในตัวมีอะไรอยู่”
วันนั้น เป็นการนั่งระหว่างรอยต่อปี พ.ศ.2550 กับปี พ.ศ. 2551 ลูกนั่งได้อารมณ์สบายเป็นครั้งแรก ในขณะที่พระอาจารย์กำลังนำอธิษฐานจิต ลูกก็เห็นดวงกลมๆผุดขึ้นมา ขนาดเท่าพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า ลูกเกิดวิจิกิจฉา สงสัยว่าตัวเราจะคิดไปเอง ก็ลองหรี่ตาดู แต่ดวงก็ยังอยู่ให้ชื่นชมสักครู่จึงหายไป ลูกถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา คราวนี้ไม่ใช่เพราะหาวนอน แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ
กระผมคิดมานานแล้วครับว่า อยากจะบวชตั้งแต่ตอนอยู่ที่ประเทศพม่า แต่เพราะความจนบีบบังคับทำให้ไม่มีโอกาสได้บวช ชาวพม่าทุกคนจะให้ความเคารพศรัทธาและเทิดทูนพระพุทธเจ้ามาก เวลาเข้าวัดก็ต้องถอดรองเท้า วันโกนวันพระในช่วงเข้าพรรษา ชาวพม่าจะหยุดงานกันทุกคน เข้าวัดไปทำบุญกัน ขนาดวัวควายยังต้องหยุดทำงานเลย ทุกคนต้องเข้าวัด
ก่อนบวชครั้งนี้ กระผมไม่เคยคิดเลยว่าจะบวช เพราะอายุมากและเคยบวชมาแล้ว แต่พอถึงวันสุดท้ายที่ทางวัดพระธรรมกายปิดรับสมัครครั้งแรก จำได้ว่าเป็นเช้าวันอาทิตย์ ขณะที่กำลังล้างถ้วยกาแฟ เพื่อจะเดินทางไปวัดพระธรรมกายตามปกติ กระผมเกิดมีอาการเหมือนมีอะไรบางอย่างจากศูนย์กลางกายบอกให้บวช จึงตัดสินใจไปตามนั้นทันที
เหมือนดังเรื่องของเมตไตยยะ ซึ่งออกบวชเป็นชฎิล คือ นักบวชประเภทหนึ่งที่มีในสมัยนั้น ปรารถนาจะหลุดพ้นจากทุกข์ เมื่ออินทรีย์แก่กล้า บุญบันดาลให้มาพบแสงสว่าง ท่านได้พบกับยอดกัลยาณมิตร คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีโอกาสได้ทูลถามปัญหา และตั้งปัญหาถามได้ลึกซึ้ง เป็นปัญหาที่น่ารู้น่าศึกษาทั้งสิ้น
ชายหนุ่มลูกครึ่ง ไทย-อิหร่าน ตอนเด็กๆ เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ความจำดี มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็ก ...เนื่องจากคุณพ่อ-คุณแม่ แยกทางกัน เขาได้ไปอยู่กับคุณพ่อซึ่งไม่ใช่ชาวพุทธ แต่เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เพราะเห็นว่า เป็นการทำความดีเพื่อทดแทนพระคุณพ่อ-แม่ ซึ่งคุณพ่อของเขาก็อนุญาต และอนุโมทนาบุญด้วย
สิ้นคำอธิษฐาน ก็มีแสงสว่างปรากฏที่ศูนย์กลางกายทันที แล้วในความสว่างนั้นสิ่งอัศจรรย์ที่สุดในชีวิตก็ปรากฏขึ้น ลูกได้เห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญนั่งสมาธิลอยนิ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกายที่สว่างจ้านั้น และที่อัศจรรย์กำลังสอง ก็คือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ...ท่านเหลืองอร่ามเป็นทองคำเลยค่ะ
เมื่อหนูได้รับความสุขภายในจากการปฏิบัติธรรม หลังจากจบโครงการแล้ว หนูก็กลับไปนั่งสมาธิต่อทุกวัน จนกลายเป็นนิสัย ถ้าวันไหนไม่ได้นั่ง จะรู้สึกแปลกๆ ผลจากการนั่งสมาธิทุกวันทำให้หนูรู้สึกว่า ตัวเราเบาๆ เย็นๆ มีความสุข รู้สึกสงบผ่อนคลายในทุกๆอิริยาบถ การเรียนก็ดีขึ้น ความคิด คำพูด การกระทำก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น