พระอาจารย์สอนให้นึกองค์พระที่เราชอบ ลูกก็นึกได้ แต่ลงหลักปักใจไม่ได้ว่าจะเอาองค์ไหนดี เพราะชอบหลายองค์ ไม่รู้ว่าเอาองค์ไหนไว้ ถ้าให้นึกถึงดวงแก้วก็นึกไม่ได้อีก เพราะรู้สึกว่าดวงแก้วหนักๆจะมาอยู่ในท้องได้อย่างไร ลูกจึงตัดสินใจที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่ก็มาสะดุดกับคำจารึกบนแผ่นศิลาหน้าอาคารนั่งสมาธิว่า “ให้หยุดนิ่งเฉยๆ ได้ไม๊” เขียนย้ำถึงสามครั้ง
วันที่ลูกกับคุณแม่ได้อัญเชิญผ้าไตรกฐิน ทุกย่างก้าวของลูก คือ ความปีติใจอย่างท่วมท้น น้ำตาแห่งความปีติไหลออกมาไม่ขาดสาย ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงก้าวสุดท้าย จนมานั่งรับพรก็ยังร้องไห้อยู่ ลูกไม่เสียดายทรัพย์เลย แค่เรานึกถึงบุญที่ได้ทำ ขนาดว่า หลังคามหารัตนวิหารคดยังไม่เสร็จเรายังปลื้มขนาดนี้ แล้วถ้าสร้างเสร็จจะปลื้มขนาดไหน
ผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเกิดที่ประเทศลาว ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเด็ก คุณพ่อก็มีภรรยาใหม่และมีลูกติดมาด้วย เธอน้อยใจคุณพ่อที่ให้ความรักแม่เลี้ยงและลูกติดมากกว่าตัวเธอ เธอจึงประชดด้วยการหนีออกจากบ้าน เป็นเหตุให้ต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในประเทศไทยระยะหนึ่ง ต่อมาก็ได้ไปใช้ชีวิตและมีครอบครัวที่ฝรั่งเศส...เมื่อเธอได้รู้จักกับหมู่คณะ จึงได้รู้จุดมุ่งหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์
นับตั้งแต่ลูกปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ ผลการปฏิบัติธรรมของลูกก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนชั่วโมงหยุดนิ่งของลูก ยิ่งนั่งทุกวัน ยิ่งหยุดนิ่งได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น ลูกจะใช้วิธีปรับอารมณ์ให้สบาย ปรับท่านั่งให้ถูกต้องเบาสบาย ขอเรียกว่า “ท่านางแบบ” เพราะจะเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับผู้ฝึกหัดใหม่ จากนั้นก็จะวางใจเฉยๆ ไม่คิดอะไร ไม่กำหนดนิมิต ปล่อยใจตามเสียงนำนั่งสมาธิของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปเรื่อยๆ
การทำสมาธิเป็นเรื่องง่ายมาก หอมหวานและงดงาม ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ทุกครั้งที่นั่งสมาธิ ฉันปล่อยวางเรื่องราวทุกสิ่งได้ทั้งหมด นี่คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ฉันได้ประสบการณ์ดีๆจากสมาธิ บางคนอาจนั่งสมาธิ เป็นสิบๆปี โดยไม่ได้ประสบการณ์อะไรเลย เป็นเพราะพวกเขาฟังคำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ผ่านไปเฉยๆ โดยไม่ได้ทำความเข้าใจ แต่ฉันคิดว่า คนไทยคงฝึกสมาธิ และเข้าถึงประสบการณ์ดีๆกันทุกคน