ผมนั่งสมาธิแล้ว...สว่าง เหมือนมีพลังภายในทำให้ผมมีความสุขมาก อยากจะนั่งสมาธิต่อไปเรื่อยๆ
โครงการอุปสมบทหมู่ธรรมทายาทนานาชาติ รุ่นที่ 8
การจัดงานในครั้งนี้ ประวัติศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์ต้องจารึกเอาไว้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในดินแดนไฮเทคแห่งนี้
แต่เดิม ลูกเป็นเพียงครูสอนโยคะธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่อยากเรียนสมาธิ และตั้งใจจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดสักแห่งเหมือนชาวสิงคโปร์ยุคใหม่อีกหลายคน เพียงแต่ลูกต่างจากคนอื่นตรงที่ได้เห็นโปสเตอร์ของวัดพระธรรมกายเพราะมีนักเรียนนำมาให้ จึงมีโอกาสเดินทางมาพบสถานที่ที่น่าเคารพเลื่อมใสเช่นนี้ค่ะ
ขณะกำลังนั่งสมาธิตามเสียงพระเดชพระคุณหลวงพ่อในวันบูชาข้าวพระ ดิฉันพบความรู้สึกที่หยุดนิ่งจริงๆ คือ ทุกสิ่งรอบตัวและในตัวหยุดหมด เหมือนไม่มีเวลาไม่มีความคิดไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเลย จากนั้นดิฉันมักนั่งเห็นองค์พระธรรมกายที่ใสและสว่าง ขนาดเล็กประมาณ 2เซนติเมตรบ้าง หรือใหญ่ประมาณ 2เท่าของตัวเองบ้าง
ไม่นานใจก็เริ่มสงบ หยุดนิ่ง เหมือนกับใจกำลังสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสทั้งปวง และรู้สึกได้เลยว่า ใจหยุดนั้นมีความสุขอย่างยิ่ง จนไม่อาจบรรยายออกมาได้เลย ...เมื่อใจสงบแล้ว บางครั้งก็มองเห็นแสงสว่าง รู้สึกมีความสุขมาก และทำให้เข้าใจว่า ความสุขภายในนั้น เพียงแค่เราเอาใจมาหยุดนิ่งเฉยๆ ก็พร้อมที่จะพรั่งพรูออกมาให้เราได้สัมผัสฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินเลย
วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นาคธรรมทายาท นานาชาติ จากทั่วโลก ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดพระธรรมกาย เพื่อเป็นพระแท้ที่โลกต้องการ ซึ่งในปีนี้ ยอด Update ล่าสุด คือ มีธรรมทายาททั้งสิ้นจำนวน 53รูปจาก 16สัญชาติ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม สหราชอาณาจักร สาธรณรัฐเช็ค เยอรมัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย เนปาล ศรีลังกา นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน และไทย
ถึงขณะนี้ผ่านมาครึ่งปีแล้ว เขายังคงยืนหยัดไม่ดื่มสุราและยังนั่งสมาธิทุกวัน เช้า-เย็น เป็นความสุขใจที่ดิฉันยากจะหาคำใดๆมาบรรยาย ตลอด 20ปีที่ผ่านมา ดิฉันไม่กล้าคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่สามีเลิกดื่มสุราและหันหน้ามาปฏิบัติธรรม
เนื่องจากดิฉันเป็นผู้จัดการ ต้องบริหารธุรกิจ งานจึงยุ่งมากทุกวัน, รังแต่จะทำให้กายใจเหนื่อยล้า แต่ทุกเวลาดิฉันไม่เคยลืมที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเคยสอนไว้เลยว่า การปฏิบัติธรรมต้องทำคู่ไปกับใจให้ตลอด เมื่อสะดวกก็ให้หลับตาเบาๆ นึกถึงดวงแก้วหรือองค์พระที่ตนเองชอบที่กลางกาย
ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ชีวิตของผมมีแต่ งาน...งาน...งาน จะมีเวลาเหลือก็คงแค่ตอนหายใจเท่านั้น ตอนนี้ผมได้เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยงานบางอย่าง เพื่อที่จะทำสมาธิทุกวัน ทั้งตอนตื่นนอน และก่อนเข้านอน ขณะที่ผมได้เรียนรู้วิธีการทำสมาธิไปอย่างช้าๆนั้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า ผมจะระมัดระวัง ใส่ใจในคำพูด และการกระทำมากขึ้น เริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆ จากมุมเล็กๆให้มีความหมายมากขึ้น