เวลานั่งก็เลยทำนิ่งเฉยๆ มองความมืดไปอย่างนั้น สักพักก็กลายเป็นดวงสว่างมารวมกันสว่างมาก กว้างจนไม่มีที่สิ้นสุด แล้วตัวก็หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ และที่กลางท้อง
ทุกครั้งที่ผมนั่งสมาธิอย่างสบายๆ ไม่ตั้งใจจนเกินไป มองเข้าไปในศูนย์กลางกาย ก็เห็นดวงแก้วสว่าง มองไปเรื่อยๆ ก็เห็นมีคนนั่งอยู่ในนั้นมีรูปร่างใสสว่างเหมือนน้ำแข็ง ผมรู้สึกสบายเมื่อได้มอง
ผมค่อยๆ นึกถึงดวงแก้ว นึกๆ ไป ดวงแก้วก็ชัดขึ้นมาเองครับ พอมองนิ่งๆ เฉยๆ ในดวงแก้วก็มีองค์พระขึ้นมาครับ ทำเฉยๆ ท่านก็จะมาปรากฏให้เห็น ทุกครั้งที่ผมเห็นองค์พระผมจะมีความสุขมาก
พระอาจารย์แนะนำด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ไม่ต้องคิดมาก” ทำให้ผลการปฏิบัติธรรมของผมเป็นไปในทางที่ดีขึ้นครับ โดยทั้งลืมตา และหลับตา ผมจะเห็นองค์พระใสๆ ลางๆ อยู่ที่กลางท้องครับ
ในวันบรรพชาของผมเช้าวันนั้นพอตื่นนอน ผมก็เห็นองค์พระที่ใสสว่างอยู่กลางท้องของผม ทำให้มีความสุขตั้งแต่ตื่นนอนเลยครับ
ผมหลับตาเบาๆ เหมือนใกล้จะนอนหลับ ใจของผมนิ่งที่ศูนย์กลางกายอย่างสบายๆ สักพักแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นแล้วผุดเป็นดวงแก้วใสสว่าง ผมรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกครับ
ผมทำตามที่พระอาจารย์บอก รู้สึกตัวเบาเหมือนลอยขึ้นจากพื้น เห็นแสงสีขาวสว่างจ้า ผมมองดูไปเรื่อยๆ ก็เห็นก้อนเมฆสีขาว ข้างบนมีพระภิกษุรูปหนึ่ง เป็นแก้วใสๆ ผมปลื้มปีติมากเลยครับ
ผมสนใจดูแต่ดวงแก้ว เป็นการเห็นด้วยความรู้สึกในใจ ไม่ได้เห็นด้วยสายตาครับ พอนิ่งไปมากๆ ขนก็จะลุกซู่ๆ จากแขนขึ้นไปที่หน้าอก จิตใจอิ่มเอม สบาย ยิ้มแทบไม่หุบ หุบไม่ลงเลยครับ
ผมนั่งหลับตาไปเรื่อยๆ จู่ๆ น้ำตาก็ไหลๆๆ และมีแสงสว่างจ้าส่องมาที่หน้า พักใหญ่ก็เห็นพระพุทธรูปทองคำตระหง่านอยู่ตรงหน้า ท่านหมุนรอบตัวเองทำให้เห็นได้ทุกซอกทุกมุม ใจสงบจริงๆ
วันหนึ่งขณะกำลังมองดวงแก้วในท้อง จู่ๆ ก็มีองค์พระลอยขึ้นมาจากจุดตรงกลางของดวงแก้ว ผมรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ใจมันอยู่แต่กับองค์พระที่ขึ้นมา ผมมีความสุขมากครับ