มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ จัดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน
มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมจัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2553 โดยใช้หัวข้อ การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะของชาวพุทธ
พระราชาไม่ทรงเชื่อ จึงท้าให้พระดาบสนำหนอนมาให้ดูก่อน พระองค์จึงจะยอมเชื่อ พระดาบสใช้อานุภาพของท่าน บังคับให้หนอนสองตัวที่กำลังชอนไชหาอาหารอยู่ในมูลโค ออกมาปรากฏต่อหน้าพระราชา พลางทูลว่า “ข้าแต่มหาราช พระเทวีอุพพรีนี้ได้จากพระองค์ไปแล้ว บัดนี้กำลังเดินตามหลังหนอนตัวผู้ ขอพระองค์จงทอดพระเนตรเถิด”
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เตรียมจัดทำแผนแม่บทในการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านทางวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์และอินเตอร์เน็ต
ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา เมตตคูก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ทั้งวิชชา๓ วิชชา๘ อภิญญา๖ วิโมกข์๘ จรณะ๑๕ ท่านได้บรรลุหมด รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในคำสอนของพระบรมศาสดา และได้บวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยพระพุทธองค์ได้เมตตาประทานการบวชให้
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประทานปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำปี 2552
พระธรรมโกศาจารย์ ยืนยันไม่พบผู้เข้าร่วมประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่อย่างใด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จดทะเบียนสมาคมสภาสากล วันวิสาขบูชาโลก
สมัยหนึ่ง พระราชาตรัสถามว่า "ท่านรัฐบาลผู้เจริญ คนส่วนใหญ่ออกบวชเพราะว่าแก่ชรา อยากมีที่พึ่งทางใจ เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง เพราะเสื่อมจากโภคสมบัติบ้าง จึงอยากมาอาศัยพระศาสนา และเสื่อมจากญาติบ้าง เมื่อเห็นว่าจะไม่มีที่พึ่ง จึงพากันออกบวช แต่ท่านไม่ได้มีความเสื่อมเหล่านั้นเลย แล้วทำไมถึงออกบวชเป็นบรรพชิตเล่า"
ผู้คนมากมายซึ่งต่างไม่ปรารถนาจะให้พระราชาออกผนวช พากันยื่นข้อเสนอมากมาย แต่พระองค์ไม่ได้ทรงยินดีกับสิ่งเหล่านั้น ยังคงมีพระทัยมุ่งมั่นที่จะเสด็จออกบรรพชาให้ได้ พระองค์ทรงแสดงธรรมให้เข้าใจว่า "ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของน้อยนิด ดุจน้ำที่อยู่ในโคลน เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินเช่นนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาท