เมื่อลูกชายเติบโตวิ่งเล่นได้ พลันเกิดเหตุพลิกผันวิถีชีวิตของนางโดยสิ้นเชิง ลูกชายของนางเกิดล้มป่วยลง และตายจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้นางเกิดความโศกเศร้าเสียใจ อาลัยอาวรณ์ต่อลูกน้อยเป็นอย่างมาก จนไม่เป็นอันกินอันนอน นางไม่สามารถควบคุมสติของตนได้ กลายเป็นคนเสียสติในทันที
ด้วยหัวใจยอดกัลยาณมิตร ปรารถนาที่จะให้ฤๅษีหักห้ามความเศร้าโศกให้ได้ จึงตรัสว่า "สัตว์ทั้งหลายมีมากมายที่ร้องไห้ถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่ท่านรู้ไหม การร้องไห้เศร้าโศกนั้น สัตบุรุษกล่าวว่า เป็นโมฆะของชีวิต ทำให้ชีวิตและจิตใจมัวหมอง หากท่านปรารถนาที่จะให้ใจผ่องใส จงหักห้ามความโศกเถิด"
มหาชนที่ผ่านไปผ่านมา พบเห็นดาบสินีนอนสิ้นใจ ต่างก็พากันสงสารในชะตากรรม พากันร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่ศาลาหลังนั้น ส่วนพระโพธิสัตว์กลับจากภิกขาจาร มาเห็นมหาชนคร่ำครวญกันอยู่ เมื่อรู้ว่าดาบสินีคู่ทุกข์คู่ยากสิ้นใจแล้ว ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร ยังคงทำภัตกิจตามปกติ เพราะเป็นผู้ที่มีใจมั่นคง มองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาของสัตวโลก มหาชนเห็นอย่างนั้น จึงพากันถามด้วยความสงสัยว่า "ท่านดาบสเป็นอะไรกับนาง"
มื่อเกิดแล้ว ชีวิตต้องพบกับความแก่ ความเจ็บ สุดท้ายต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย จึงไม่มัวเมาประมาทในร่างกายซึ่งมีปกติเปื่อยเน่า เป็นรังของโรค เต็มไปด้วยของปฏิกูล แล้วหมั่นสร้างคุณงามความดี แ้ล้วจะไปสู่สัมปรายภพอย่างผู้มีชัยชนะ
พวกเราทั้งรักและเคารพคุณพ่อ เชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน ไม่มีใครแตะต้องกับอบายมุขใดๆ ทั้งสิ้น คุณพ่อมักจะย้ำอยู่เสมอว่า บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของเรา ให้ทำบุญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่มากก็ตาม ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก
ชายคนหนึ่ง ได้รับการถ่ายทอดในเรื่องความเชื่อในเรื่องคาถาอาคม เครื่องรางของขลัง จนทำให้ไม่มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แต่ในที่สุด สาเหตุเนื่องมาจากความเจ็บป่วย ทำให้ตัดสินใจบวชเป็นพระ และจำพรรษาอยู่ในป่าช้าคนเดียวมาตลอด จนปัจจุบันท่านได้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าแห่งหนึ่ง...และเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง อยู่ๆก็ “ไหลตาย” ไปทีละคนทีละคน โดยไม่ทราบสาเหตุ...