พระของขวัญ พระของขวัญวัดพระธรรมกาย พระของขวัญเพื่อการตรึกระลึกถึงบุญ พระของขวัญวัดพระธรรมกาย พระของขวัญ ของที่ระลึก วัดพระธรรมกาย พระธรรมกายประจำตัว หลวงปู่มหาสิริราชธาตุ
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการชวนบวช ซึ่งลูกพระธัมฯพันธ์ฮาร์ดคอร์ทุกรูป-ทุกคน ยังคงลุยทำหน้าที่อย่างไม่หยุดยั้ง แล้วนอกจากจะอิ่มอกอิ่มใจอิ่มบุญที่ได้ออกไปชวนบวชแล้ว ยังอิ่มท้องอีกต่างหาก เรื่องปลื้มๆนี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำ ที่หน้าห้างเมเจอร์รังสิต
วันนี้เราไปปลื้มกับบรรยากาศการอบรมสามเณร ที่ธุดงคสถานปราจีนบุรี ซึ่งพระอาจารย์-พระพี่เลี้ยงกำลังสนุกสนานบุญบันเทิงกับการดูแลสามเณรน้อยที่น่ารัก ดูแลกันตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งหลับทุ่มเทกันสุดๆ เป็นบุญใหญ่ที่นึกถึงทีไรเป็นปลื้มทุกทีเลย ตอนนี้สามเณรกำลังตั้งใจฝึกฝนตัวเองให้เนี้ยบเฉียบเป๊ะทุกกิจกรรมเพื่อจะเป็นสามเณรแท้ แถมยังขยันนั่งสมาธิกันตัวตั้งเลย นั่งกันทุกวันจนเป๊ะลึก ลึกซึ้งเข้าไปถึงภายในกันแล้ว และวันนี้ก็มีผลการปฏิบัติธรรม มาเล่าให้นักเรียนอนุบาลฯได้ฟังกันด้วย อยากฟังมั้ย..?
“ถ้าพูดถึงความปลื้มปีตินั้น มันเกิดขึ้นตั้งแต่ปีแรกแล้วที่หลวงพ่อธัมมชโย จัดให้มีการเดินธุดงค์มาตามเส้นทางนี้ และปลื้มปีติทุกครั้งที่ได้เห็นคณะพระธุดงค์มีความมุ่งมั่นตั้งใจ กว่าจะมาถึงที่นี่ต้องผ่านระยะทางมา 200 กว่ากิโลเมตร ทุกรูปต้องอาศัยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อเป็นเนื้อนาบุญให้แก่พุทธศาสนิกชน อาตมาก็ขออนุโมทนาบุญกับพระธุดงค์ทุกรูปด้วย”
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่จะปลื้มไม่รู้ลืม เพราะเป็นวันที่พระธุดงค์ 1,130 รูป ได้ทำทุกย่างก้าวให้เป็นย่างแก้ว ก้าวไปจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งที่ 3 แล้ว คือ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง สถานที่เกิดด้วยกายธรรมของพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ทุกย่างก้าวในวันนี้เต็มไปด้วยความองอาจสง่างาม ยกใจยกศรัทธาของสาธุชนให้สูงส่งตามไปด้วย
ตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนในเมืองทวาย ล้วนแต่ได้ยินคนพูดกันถึงแต่งานบุญใหญ่ที่จัดไปเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาค่ะ ทุกคนที่ได้มาร่วมงานต่างพูดกันแต่ว่า “อะโลน ปีติ เพียวแด” แปลว่า “ปลื้มมากๆ ปลื้มมากๆ” และคงจะพูดถึง 3 บุญใหญ่นี้ไปอีกนานแสนนาน ปลื้มไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แบบปลื้มไว้นิรันดร์
“ภิกษุทั้งหลาย เวลาที่ทรงคุณค่าที่บุคคลให้เป็นไปโดยชอบแล้วย่อมทำให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ เวลาที่ทรงคุณค่า 4 อย่าง คือเวลาฟังธรรมตามกาล เวลาสนทนาธรรมตามกาล เวลาทำความสงบของใจและเวลาพิจารณาธรรมให้เกิดความรู้แจ้ง” (ทุติยกาลสูตร)
ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งถึงพระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง ชนเหล่านั้น จักไม่ไปสู่อบายภมู้ิ ละกายมนุษย์แล้ว จักยังหมู่เทวดาให้บริบูรณ์
เรากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ว่ามีทั้งส่วนพระองค์ และที่เป็นประโยชน์แก่คนอื่น จึงเป็นผู้ประกอบด้วยปีติในพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความงดงาม เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณ ชื่อว่าชมเชยพระผู้นำ ผู้ทรงชนะมาร ล่วงเสียซึ่งเดียรถีย์ ครอบงำเดียรถีย์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความรุ่งเรือง เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าทำพระองค์ให้เป็นที่รักของหมู่ชน เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้น่ารักน่าชื่นชม เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ฉะนั้น
เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตน จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส และได้กล่าวชื่นชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใส ประทับยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า พราหมณ์ใด ยังความร่าเริงให้เกิดขึ้นแล้ว สรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัป