นรชนเหล่าใดเมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่ ถูกเทวทูตตักเตือนแล้วยังประมาทอยู่ นรชนเหล่านั้นจะเข้าถึงหมู่สัตว์อันเลวทราม ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
นรชนผู้มีอันจะต้องตายเป็นสภาพ ระลึกถึงความดีที่ตนได้ทำแล้วนี้ ย่อมตั้งอยู่ในอริยธรรมในปัจจุบันนี้เอง บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญนรชนนั้น นรชนนั้นละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์
เมื่อพระราชกุมารตรัสถามนายสารถีว่า “ เธออยากรู้มั้ยว่าทำไมเราต้องแสร้งทำเป็นคนใบ้และคนพิการมายาวนานถึง 16 ปี
ผู้มีราตรีเดียวหมายถึงบุคคลใดก็ตามเมื่อมีงานในหน้าที่มาถึง จะไม่ยอมผัดวันประกันพรุ่ง ปล่อยให้งานการคั่งค้างเสียหาย เหมือนคนเกียจคร้าน แต่จะรีบทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็ว
การกล่าววาจาสุภาษิต เป็นมงคลอันสูงสุด
บุคคลใดประมาทในกาลก่อน แล้วกลับมาไม่ประมาทในภายหลัง เขาย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง กระจ่างดังพระจันทร์เฉิดฉายในนภากาศ
เทวดายังมีชั้น จึงไม่แปลกที่มนุษย์มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ต้องไปแก้ที่เทวดาก่อน ถ้าแก้เทวดาไม่ตก มนุษย์ก็ยังมีชนชั้น ที่เทวดามีชั้นเพราะมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปไม่เท่ากัน
ไทยรัฐลงข่าว "พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย ผนึกกำลังร่วมกับชาวบ้านท่าโขลงเร่งบรรจุกระสอบทรายป้องกันคันกั้นน้ำที่คลองระพีพัฒน์ จ.ปทุมธานี"
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย เราไม่กลัวภัยนี้ เพราะในวันที่ขึ้นเรือ เราได้ถวายทานแด่หมู่ภิกษุสงฆ์ อีกทั้งได้รับสรณะและศีล เราจึงไม่กลัวตาย
เราถวายอภิวาทพระสัมพุทธเจ้า นิมนต์พระองค์ผู้เป็นมหามุนีให้เสวยภัตตาหาร พระมุนีผู้ประกอบด้วยมหากรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่เราในกาลนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาพระองค์นั้น ทำความแช่มชื่นเบิกบานแล้ว ได้บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดหนึ่งกัป ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร