ละครฟื้นฟูศีลธรรมโลก เรื่อง จ่อย…นายแน่มาก เป็น ละครที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงแสนจริงของ ด.ช.พิเชษฐ์ ยวงสะอาด หรือ จ่อย เด็กดี V-Star โรงเรียนปากคลองบางขนาก จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้สร้างประวัติศาสตร์ชีวิตหน้าใหม่ จากเด็กหัวโจก วัยโจ๋ เกเร ชอบหนีเรียนเป็นประจำ จนเพื่อนในโรงเรียนไม่มีใครคบ
เรื่องราวของหญิงคนหนึ่ง เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาตั้งแต่เด็กทำให้เธอต้องเปลี่ยนการเรียนจากสายสามัญ มาเรียนเป็นดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้าตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี...เมื่อเรียนจบเธอเป็นดีไซน์เนอร์ และช่างเสริมสวยที่มีฝีมือมาก เป็นที่ต้องการของโรงเรียนเสริมสวย และสถาบันเสริมความงามหลายแห่ง...ชีวิตผกผัน ทำให้เธอต้องไปเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีข้ามชาติ...ต่อมา ด้วยความคิดที่อยากจะทำบุญสร้างพระ ทำให้เธอได้มีโอกาสพบกับหมู่คณะ เส้นทางของการสร้างบารมีจึงได้เริ่มขึ้น
สมาธิเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวเลย แต่กลับเป็นสิ่งน่าเรียนรู้ ถ้าคุณเปิดใจกว้างให้กับตัวเอง ในการเรียนรู้เส้นทางท่องเที่ยวภายในตัวเรา เราควรเปิดโอกาสให้ตัวเอง ได้เรียนรู้ถึงความพิเศษของตัวเอง ได้ค้นพบตัวตนภายใน ได้ค้นหาความหมาย หรือ นิยามคุณค่าของการดำรงชีวิต
พุทธบุตรอีกส่วนหนึ่งจำนวน 560รูปนั้น ท่านมาจาก 37วัดในพื้นที่ราบๆ (ราบต่ำ) ของจังหวัดตากนั่นเอง สรุปงานนี้พุทธบุตรไม่ว่าจะอยู่ที่ราบสูง หรือที่ราบๆ(ราบต่ำ) ต่างก็ยกทีมมากันทุกวัดเลย นับเป็นความโชคดีของชาวจังหวัดตากจริงๆ ที่จะได้เห็นภาพพุทธบุตรผู้เป็นเนื้อนาบุญ ทุกวัดทั่วทั้งจังหวัด มารวมตัวกันในงานนี้ และงานนี้ยังส่งผลให้พุทธบุตรทั้งจังหวัด ได้มีโอกาสพบปะเจอะเจอเพื่อปรึกษาหารือ ร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ในการธำรงพระพุทธศาสนาของเราต่อไป
แต่พอลูกเริ่มจ้องก็จะหายไป ถ้ามองหาจะหาไม่เจอค่ะ แต่ถ้าปล่อยไปทำเหมือนไม่สนใจ ก็จะเห็นดวงแก้วอยู่ที่ศูนย์กลางกายเหมือนเดิมค่ะ จากที่ลูกเคยสงสัยว่า ศูนย์กลางกายอยู่ที่ไหน ดวงแก้วใสเป็นอย่างไร และที่ว่ามองเห็นดวงแก้วกลางท้อง เห็นได้อย่างไร ตอนนี้ลูกหายสงสัยแล้วค่ะ
วิธีการวางใจของเตย ตอนที่นั่งสมาธิก็คือว่า เตยไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ แค่วางใจเบาๆ หยุดนิ่งเฉยๆ ที่ศูนย์กลางกาย ไม่ต้องคิดอะไร หรือบางทีเตยก็จะนึกถึงองค์พระที่ศูนย์กลางกาย วางใจกับองค์พระเบาๆ สบายๆ และภาวนา “สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ใจฟุ้ง ถ้าใจเราฟุ้งเป็นเสียง ก็ให้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” แต่ถ้าใจฟุ้งเป็นภาพ เตยก็จะนึกถึงภาพองค์พระค่ะ
ลูกก็ไม่ได้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” อีก เพราะใจหยุดเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เชื่อคำคุณครูไม่ใหญ่ที่บอกว่า มีอะไรให้ดูก็ดูกันไป ลูกยิ่งมององค์พระก็ยิ่งงาม ยิ่งมีความสุข เหมือนที่ลูกเคยได้ยินใครเคยบอกไว้ว่า “สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ช่างเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายได้ เป็นความสุขที่มาเติมเต็มให้กับชีวิต ไม่เหมือนความสุขแบบพร่องๆ อย่างที่เคยพบในทางโลก
ท่านหัตถกะทูลตอบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ ได้สงเคราะห์เพื่อนๆ และบริวารมากมายด้วยสังคหวัตถุ ๔ คือ ถ้ารู้ว่าผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการให้ทาน ข้าพระองค์จะสงเคราะห์ ด้วยการให้ทาน ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยวาจาที่อ่อนหวาน ข้าพระองค์จะสงเคราะห์ด้วยวาจาที่อ่อนหวาน ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้าพระองค์สงเคราะห์ด้วยการประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการวางตัวให้เหมาะสม ข้าพระองค์ก็จะสงเคราะห์ด้วยการวางตัวให้เหมาะสม พระเจ้าข้า
กิจการร้านอาหาร เป็นกิจการที่ต้องทำสงครามกับความหิว คำว่า “โมโหหิว” น่าเกรงกลัวอย่างไร หลายท่านคงได้ประจักษ์ในตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่กันมาบ้างแล้ว ดังนั้นแม้กิจการนี้จะทำให้คนอิ่มท้อง แต่ก็มีเรื่องราวความชุลมุนหลังครัวให้ปวดหัวไม่รู้จบ และส่วนมากก่อนที่ลูกค้าจะเกิดอาการโมโหหิว ลูกมักจะรีบชิง “หิวโมโห” เสียก่อน
เรื่องความน้อยอกน้อยใจนี้เป็นอันตรายมาก บาง ครั้งการแสดงความหวังดีกับผู้ที่เรารัก กลับไม่ได้รับความเข้าใจเท่าที่ควร เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายยุคหลายสมัย แม้ในสมัยพุทธกาลก็เคยเกิดขึ้น