เศรษฐีที่ดินคนหนึ่ง เป็นคนใจบุญ ชอบทำบุญเป็นที่สุด เคยเป็นมัคนายกวัดมาถึง 10 ปี สร้าง ศาสนสถาน ให้กับพระพุทธศาสนาไว้มากมาย แต่ต่อมา เมื่อเขาอายุได้ประมาณ 60 ปี เขาก็เปิดบ่อนไก่ ทำเป็นอาชีพอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เปิดต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 20 ปี โดยมีลูกสาวคนหนึ่ง เป็นผู้ช่วย...เมื่อเขาอายุได้ 86 ปี ได้ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ และเสียชีวิตในที่สุด โดยเขาไม่ทราบเลยว่า หลังจากที่เขาป่วย ลูกสาวของเขาได้ เลิกอาชีพนี้แล้ว...
ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาลพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายนั่งสนทนากันอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร ถึงเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงช่วยให้พระประยูรญาติจำนวนมากได้บรรลุธรรมถึงความพ้นทุกข์ และในจำนวนนั้นมีพระประยูรญาติหลายพระองค์ได้มาเป็นกำลังใจในการเผยแพร่แผ่พระพุทธศาสนา
ดอกบัวอาศัยเกิดในน้ำและเปือกตม แต่เมื่อเจริญโผล่พ้นผิวน้ำแล้ว กลับไม่ติดด้วยน้ำและเปือกตม เป็นธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ทีเดียว
มหาสังฆทานครั้งยิ่งใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ตักบาตรพระ 10,000 รูป เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา รักษาวัฒนธรรมชาวพุทธ ฟื้นฟู ศีลธรรมโลก และช่วยเหลือคณะสงฆ์ 266 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา 06.00 น. ณ ถนนหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น (ถนนหน้าศูนย์ราชการ)
สำหรับจังหวัดใดที่ไม่เคยจัดตักบาตรพระภิกษุจำนวนเรือนหมื่น ทางทีมงานก็ฝากมาเป็นภาษาคำเมืองว่า “สบาย สบาย...บ่ตุ๊ก (ไม่ทุกข์) บ่ยาก (ไม่ยาก)” และชาวลำพูนก็จะจัดงานตักบาตรต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบ 500,000องค์
แม้พระนางจะตรัสยืนยันเช่นนั้น ท้าวเธอก็ยังไม่ทรงเชื่อ กลับทรงกริ้วหนักยิ่งขึ้น ถึงกับตรัสด้วยพระสุรเสียงน่าเกรงขามว่า “เธออย่ามาปิดบังเราเลย เป็นไปไม่ได้ที่ชายผู้นี้จะทอดทิ้งเธอไป เธอต้องเห็นอะไรอย่างอื่นเป็นแน่ แต่ไม่ยอมบอกเรา กลับกล่าวเท็จเพื่อกลบเกลื่อน จงรีบบอกเรามาตรงๆ มิเช่นนั้น เราจะฟันเธอให้ขาดเป็นสองท่อนเสียเดี๋ยวนี้แหละ”
พระนางอุทุมพรเทวีจึงทรงดำริในพระทัย “โธ่เอ๋ย! นึกว่าจะวิเศษสักปานใดหนอ ที่แท้บุรุษนี้มาทอดทิ้งเราไป เพราะเหตุที่เขาเป็นกาลกรรณีนี่เอง บุญบันดาลให้เราก้าวขึ้นสู่ฐานะอันสูงส่งถึงเพียงนี้ ที่ไหนเลย ชายผู้นี้จักคู่ควรกับเราได้เล่า” พระนางทรงดำริในพระทัยเช่นนี้แล้ว ก็ทรงพระสรวลออกมาเบาๆ โดยหารู้ไม่ว่าทุกอากัปกิริยาของพระนางนั้น ตกอยู่ในสายพระเนตรของพระราชสวามีตลอดเวลา
เมื่อพระโอรสพระธิดาทอดพระเนตรเห็นพฤกษชาติเผล็ดผลในป่าใหญ่ อยากเสวยผลไม้เหล่านั้น ต้นไม้เหล่านั้นก็น้อมกิ่งลงมาให้พระโอรสพระธิดาสามารถเด็ดเสวยได้เองอย่างง่ายด้วย พระนางมัทรีราชเทวีทอดพระเนตรสิ่งอัศจรรย์นี้ รู้ทันทีว่า เป็นเพราะอำนาจแห่งทานบารมีของพระเวสสันดร
แม้พระโพธิสัตว์ทรงรู้ว่า ถูกขับไล่ให้ไปอยู่ในป่าก็มิได้หวั่นไหว รุ่งขึ้นของวันใหม่ ท่านได้บริจาคสัตตสตกมหาทาน ด้วยความปีติยินดี เหมือนไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น พวกเทวดาได้แจ้งพระราชาในชมพูทวีป ว่า พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญมหาทาน และกำลังพระราชทานนางขัตติยกัญญา พวกกษัตริย์จึงเสด็จมาด้วยเทวานุภาพ รับนางขัตติยกัญญาเหล่านั้นไปเป็นมเหสี
ครั้นพระโพธิสัตว์ออกมาจากครรภ์ของพระมารดา เพียงลืมพระเนตรทั้งสองได้เท่านั้น ก็เหยียดพระหัตถ์ออกมาพลางกล่าวกับพระมารดาว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า หม่อมฉันจะบริจาคทาน มีทรัพย์อะไรพอที่จะให้ลูกบริจาคได้บ้าง” พระชนนีตรัสตอบว่า “ลูกรัก ลูกจงบริจาคทานตามอัธยาศัยเถิด” จากนั้น