ถึงแม้ว่าวันงาน คนจะมาร่วมงานที่วัดพระธรรมกายเป็นแสนๆคน แต่ชาวกาญจนบุรีที่มาวัดใหม่ๆ หลายต่อหลายคนต่างรู้สึกแปลกใจมากๆว่า “ทำไม คนเป็นแสนๆคนมาอยู่ร่วมกันแล้ว ถึงได้เป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดนี้ และยิ่งไปกว่านั้นไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนว่า เมื่อมาอยู่ร่วมกันเป็นแสนๆคน จะรู้สึกสบายอกสบายใจ เย็นกายเย็นใจ อากาศรอบๆตัวเป็นอากาศที่สบายๆมากๆ น่าอัศจรรย์จริงๆ”
ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดลพบุรีในตอนนี้ บางหมู่บ้านน้ำจะยังคงท่วมถึงระดับหัวเข่า แต่พอรู้ว่าวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2551 จะมีบุญใหญ่ที่วัดพระธรรมกาย ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นท่วมท้นใจ เป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่จะได้ทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ ทุกคนในหมู่บ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ขอพลาดงานบุญครั้งนี้อย่างแน่นอน จะขอเตรียมตัวกันเนิ่นๆ ตั้งแต่วันนี้เลย”
พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวว่า “การตักบาตรเป็นจำนวนพระ 1,000รูปเป็นงานที่ดีมาก ก่อนที่จะตักบาตรก็มีพิธีการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เป็นการแสดงเจตนาแน่วแน่ ว่าเราเป็นชาวพุทธทั้งกายและใจ โดยนับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะไปตลอดชีวิต”
เมื่อถึงเวลาสว่าง หลังจากที่กระผมได้พาพี่น้องชาวปวาเก่อญอนั่งสมาธิแล้ว เราจึงออกเดินทางไปยังพื้นที่ที่เราจะทำการขุดขยายถนนเป็นจุดปฐมเริ่มครับ โดยจุดเริ่มต้นขยายถนนนั้นเราเลือกจุดที่ยากและจุดที่อันตรายที่สุดก่อนครับ เป็นยอดเขาหัวโล้นที่ดินมีสภาพเป็นหินเป็นส่วนใหญ่ครับ
ต่อมา ได้ฟังเทศน์จาก พระอาจารย์อารักษ์ พูดถึงคุณยายอาจารย์ว่า คุณยายเคยเป็นผู้จัดการบ้าน วันๆกว่าจะได้นั่งสมาธิต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อน เวลานั่งก็ต้องแอบๆนั่ง ส่วนพวกเราแสนจะสบายทุกอย่าง กินนอนนั่งอย่างสบาย ถ้าเข้าไม่ถึงก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร บทเทศน์นั้นส่งพลังคำพูดมาสู่ใจลูกให้ฮึดสู้ว่า “ครูอย่างยายยังทำได้ ศิษย์อย่างเราก็ต้องทำได้” จึงเพิ่มชั่วโมงหยุดนิ่งใจอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปสู่ห้องดับจิต ทุกคนก็เกิดอาการขนลุกซู่ชูชัน พยาบาลทั้งสองคนที่นำเข้าไปดู ขยี้ตาตัวเอง ก่อนจะถามว่า “ทุกคนเห็นไหม นั่นน่ะ ตรงหัวเตียงของเด็ก มีพระภิกษุห่มจีวรสีเหลืองส้มยืนอยู่ตรงนั้น”